สถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางที่กระทบเส้นทางขนส่งพลังงานโลก เริ่มส่งสัญญาณคลี่คลายบางส่วน หลัง SCGC เผยเรือขนส่งวัตถุดิบ “แนฟทา” 1 ใน 2 ลำที่ติดค้างบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ สามารถเดินทางออกมาได้อย่างปลอดภัย จากความร่วมมือในการเจรจาของภาครัฐไทยและนานาชาติ
แม้จะเป็นสัญญาณบวกต่อซัพพลายวัตถุดิบปิโตรเคมี แต่ความไม่แน่นอนในพื้นที่ยังคงสูง ทำให้ SCGC ต้องเร่งปรับกลยุทธ์แบบรอบด้าน ทั้งการหาแหล่งวัตถุดิบทดแทน การบริหารสต๊อก และโฟกัสตลาดในประเทศ เพื่อลดแรงกดดันห่วงโซ่อุปทาน และประคองตลาดเม็ดพลาสติกไทยไม่ให้ตึงตัวมากไปกว่านี้

เอสซีจี เคมิคอลส์ หรือ SCGC โดยนายศักดิ์ชัย ปฏิภาณปรีชาวุฒิ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ เผยถึงสถานการณ์การจัดหาวัตถุดิบเพื่อผลิตเม็ดพลาสติก ล่าสุดเรือขนส่งวัตถุดิบ (แนฟทา) จำนวน 1 ลำ จากทั้งหมด 2 ลำ ซึ่งติดค้างอยู่บริเวณช่องแคบฮอร์มุซได้เดินทางออกมาอย่างปลอดภัยเป็นที่เรียบร้อยภายหลังจากการเจรจาของรัฐบาลไทย ซึ่งบริษัทฯ ขอขอบคุณกระทรวงการต่างประเทศ สถานทูตอิหร่านประจำประเทศไทย รัฐบาลสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน และรัฐสุลต่านโอมาน รวมทั้งภาคส่วนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องเป็นอย่างสูงสำหรับความช่วยเหลือและการสนับสนุนอย่างดียิ่งในครั้งนี้ สำหรับเรือขนส่งวัตถุดิบลำที่ 2 นั้น ขณะนี้ บริษัทเดินเรือกำลังประเมินสถานการณ์ เนื่องจากในพื้นที่ยังมีความอ่อนไหว ทั้งนี้ หวังว่าช่องแคบฮอร์มุซจะสามารถเปิดได้อย่างต่อเนื่องในระยะยาว
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังคงมีความผันผวนและไม่แน่นอน ซึ่งSCGC ยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และเร่งปรับกลยุทธ์เพื่อรับมืออย่างต่อเนื่อง โดยให้ความสำคัญกับการเร่งจัดหาวัตถุดิบจากแหล่งอื่น ๆ การบริหารจัดการวัตถุดิบและการผลิตให้มีประสิทธิภาพสูงสุด โดยเน้นตลาดในประเทศ ซึ่งจะช่วยลดภาวะการตึงตัวของเม็ดพลาสติกในประเทศไทย พร้อมทั้งบรรเทาผลกระทบต่อลูกค้าและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องตลอดห่วงโซ่อุปทาน