สนข. สรุปแผนก่อสร้าง 11 สะพานข้ามเจ้าพระยา มูลค่ารวม 2 แสนล้าน ยกเลิกสร้าง 4 โปรเจกต์ เหตุชุมชนคัดค้าน–กระทบโบราณสถาน เร่งสร้าง 4 โปรเจกต์ “สะพานสามโคก–เกียกกาย–ปทุมธานี 3” พร้อมดัน “สะพานสนามบินน้ำ” ผ่าน EIA พร้อมเตรียมลุยเมกะโปรเจกต์ “สะพานสมุทรปราการ–อุโมงค์บางกะเจ้า–สะพานพระราม 2” กว่า 1.8 แสนล้าน รองรับการเติบโตเมือง ยกระดับโครงข่ายคมนาคมระยะยาว
รายงานข่าวจากสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ระบุถึงภาพรวมแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน “สะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา” ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร (กทม.) และปริมณฑลว่า ปัจจุบัน สนข. มีการวางแผนและศึกษารวมทั้งสิ้น 11 โครงการ โดยใช้งบประมาณรวมมากกว่า 200,000 ล้านบาท เพื่อเพิ่มทางเลือกในการเดินทาง ลดปัญหาคอขวดของโครงข่ายถนน และรองรับการขยายตัวของเมืองในอนาคต ทั้งนี้ จากการทบทวนความเหมาะสมด้านวิศวกรรม การจราจร ผลกระทบต่อชุมชน และข้อจำกัดด้านผังเมือง ทำให้บางโครงการต้องมีการปรับแผน ยกเลิก หรือชะลอออกไป ขณะที่บางโครงการยังคงเดินหน้าต่อไปตามแผนที่วางไว้

สำหรับโครงการที่เดินหน้าก่อสร้างหรือเตรียมดำเนินการ มี 4 โครงการสำคัญ วงเงินรวม 36,565 ล้านบาท ได้แก่ 1.สะพานสามโคก จังหวัดปทุมธานี วงเงินประมาณ 6,450 ล้านบาท ปัจจุบันอยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้าง และคาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2570 ซึ่งจะช่วยเชื่อมโยงโครงข่ายการเดินทางระหว่างฝั่งตะวันออกและตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยาในพื้นที่จังหวัดปทุมธานี
2.สะพานเกียกกาย วงเงินประมาณ 13,015 ล้านบาท โดยปัจจุบันกำลังก่อสร้างในช่วงที่ 1–3 และมีเป้าหมายแล้วเสร็จในช่วงปี 2570–2571 ขณะที่ช่วงที่ 4–5 ได้มีการยกเลิกเพื่อปรับลดผลกระทบด้านการเวนคืนพื้นที่และผลกระทบต่อชุมชน โครงการดังกล่าวมีบทบาทสำคัญในการเชื่อมพื้นที่ฝั่งพระนครกับฝั่งธนบุรี
3.สะพานปทุมธานี 3 วงเงินประมาณ 7,350 ล้านบาท ซึ่งมีแผนจะเริ่มก่อสร้างในปี 2570 เพื่อเพิ่มศักยภาพการเดินทางข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาในพื้นที่จังหวัดปทุมธานี และ 4.สะพานสนามบินน้ำ วงเงินประมาณ 9,750 ล้านบาท ที่ขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) เพื่อประเมินความเหมาะสมก่อนผลักดันเข้าสู่ขั้นตอนการลงทุนในระยะต่อไป

รายงานข่าวจาก สนข. ระบุต่อว่า สำหรับโครงการสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาที่อยู่ในแผนพัฒนาในอนาคต มีอีก 3 โครงการ วงเงินรวมประมาณ 183,270 ล้านบาท ประกอบด้วย 1.สะพานสมุทรปราการ ซึ่งอยู่ในแผน MR-10 ใช้งบประมาณประมาณ 95,970 ล้านบาท และมีแผนเริ่มก่อสร้างในปี 2572 แล้วเสร็จในปี 2575 เพื่อรองรับการขยายตัวของเมืองและการพัฒนาเขตอุตสาหกรรมในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ
2.สะพานบางกะเจ้า (อุโมงค์) วงเงินประมาณ 84,300 ล้านบาท ซึ่งมีแนวคิดใช้รูปแบบอุโมงค์ลอดใต้แม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบต่อพื้นที่สีเขียวในคุ้งบางกะเจ้า โดยมีแผนก่อสร้างในปี 2575 และแล้วเสร็จในปี 2578 และ 3.สะพานพระราม 2 วงเงินประมาณ 3,000 ล้านบาท อยู่ในแผนระยะยาว โดยคาดว่าจะเริ่มก่อสร้างในปี 2577 และเปิดใช้งานในปี 2580 เพื่อรองรับการเติบโตของการเดินทางในแนวฝั่งตะวันตกของกรุงเทพมหานคร

รายงานข่าวจาก สนข. ระบุอีกว่า จากการทบทวนแผนพัฒนาโครงข่ายสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา พบว่า มี 4 โครงการที่ต้องยุติการดำเนินการ เนื่องจากเผชิญข้อจำกัดด้านพื้นที่ ผลกระทบต่อชุมชน และความคุ้มค่าการลงทุน ได้แก่ 1.โครงการสะพานท่าน้ำนนท์ ซึ่งมีเสียงคัดค้านจากประชาชนในพื้นที่ และมีระยะใกล้กับสะพานที่มีอยู่เดิมทำให้ไม่คุ้มค่าการลงทุน 2.โครงการสะพานจันทน์–เจริญนคร ที่พบข้อจำกัดจากการอยู่ใกล้พื้นที่โบราณสถานสำคัญบริเวณวัดสุวรรณคีรีวิหาร อีกทั้งยังมีเสียงคัดค้านจากชุมชนโดยรอบ
นอกจากนี้ 3.โครงการสะพานลาดหญ้า–มหาพฤฒาราม ก็ถูกยกเลิกเช่นกัน เนื่องจากพื้นที่ก่อสร้างมีข้อจำกัดด้านกายภาพ มีตึกสูงและแนวโครงสร้างรถไฟฟ้าสายสีทอง รวมถึงมีพื้นที่โบราณสถาน ทำให้ไม่สามารถดำเนินการได้อย่างเหมาะสม และ 4.โครงการสะพานราชวงศ์–ดินแดง ถูกชะลอแผนออกไปก่อน เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวเป็นเขตเศรษฐกิจสำคัญ มีการใช้ประโยชน์ที่ดินหนาแน่น จึงต้องมีการศึกษาผลกระทบเชิงลึกเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจเดินหน้าโครงการ
รายงานข่าวจาก สนข. ระบุเพิ่มเติมว่า การทบทวนแผนโครงการสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาในครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของการปรับปรุงแผนโครงข่ายคมนาคมให้สอดคล้องกับสภาพเมืองที่เปลี่ยนแปลงไป รวมทั้งคำนึงถึงผลกระทบต่อชุมชน โบราณสถาน และสภาพแวดล้อมเมือง โดยในอนาคตการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาอาจไม่ได้จำกัดเฉพาะรูปแบบสะพานเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการพัฒนาอุโมงค์ลอดแม่น้ำและการเชื่อมต่อกับระบบขนส่งมวลชน เพื่อให้เกิดความสมดุลระหว่างการพัฒนาเมือง การอนุรักษ์พื้นที่สำคัญ และการแก้ไขปัญหาการจราจรของ กทม. ในระยะยาว
