บริษัท ฟู้ดโมเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ FM โชว์ผลงานปี 2568 แข็งแกร่ง ทำรายได้รวม 7,145 ล้านบาท กำไรจากการดำเนินงานพุ่ง 816 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 691 ล้านบาท แม้ได้รับผลกระทบชั่วคราวจากภาษีที่เพิ่มขึ้นและเงินบาทแข็งค่า พร้อมรักษาอัตรากำไรสุทธิในระดับสูง 9.67% เตรียมจ่ายปันผลอีก 0.20 บาทต่อหุ้น ขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 8 พ.ค.นี้ ขณะที่ปี 2569 คาดรับอานิสงส์สิทธิประโยชน์ BOI ใหม่เต็มปี เสริมศักยภาพทำกำไรระยะยาว
นายสุเมธ มาสิลีรังสี ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน บริษัท ฟู้ดโมเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ FM ผู้นำการพัฒนาอาหารแปรรูปปรุงสุกจากเนื้อไก่ (CAV Products) ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมการผลิตระดับโลก เปิดเผยว่า ภาพรวมผลการดำเนินงานในปี 2568 กลุ่มบริษัทฯ มีรายได้รวม 7,145 ล้านบาท ชะลอตัวเล็กน้อยที่ 2.65% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา (YoY) โดยสัดส่วนรายได้มาจากธุรกิจผลิตภัณฑ์ไก่แปรรูปปรุงสุก (CAV) 42% และกลุ่มธุรกิจผลิตและจำหน่ายเนื้อไก่ชำแหละ (RAW) 58% อย่างไรก็ดี กลุ่มบริษัทฯ ยังคงรักษาระดับกำไรได้อย่างน่าพอใจ โดยมีกำไรจากการดำเนินงาน 816 ล้านบาท เติบโต 5.30% เมื่อเทียบกับปีก่อน ส่วนกำไรสุทธิอยู่ที่ 691 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิสูงถึง (Net Profit Margin) 9.67% ลดลงเพียงเล็กน้อยที่ 3.35% เมื่อเทียบกับปีก่อน สาเหตุหลักมาจากค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ที่เพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว เนื่องจากการขออนุมัติบัตรส่งเสริมการลงทุน (BOI) ฉบับใหม่ในช่วงปีที่ผ่านมามีความล่าช้าในกระบวนการอนุมัติสิทธิประโยชน์จากการส่งเสริมการลงทุน เนื่องจากเป็นช่วงรอยต่อของสถานการณ์ทางการเมือง ส่งผลให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีบางส่วนหมดวาระลงและต้องชำระภาษีในอัตราปกติไปก่อน
ทั้งนี้ หากมองข้ามปัจจัยด้านภาษีซึ่งเป็นผลกระทบชั่วคราว จะพบว่าผลการดำเนินงานของ FM นั้นยังโดดเด่น โดยปัจจัยหลักที่หนุนการเติบโตคือกลุ่มผลิตภัณฑ์ไก่แปรรูปปรุงสุก (CAV) ที่ยังคงเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างมูลค่าเพิ่ม โดยในปี 2568 มีปริมาณการขายพุ่งสูงขึ้นถึง 22,300 ตัน เติบโต 8.9% สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของลูกค้าในตลาดโลกที่มีต่อนวัตกรรมของบริษัทฯ ส่งผลให้รายได้จากธุรกิจกลุ่ม CAV ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 3,017 ล้านบาท แม้ต้องเผชิญปัจจัยกดดันจากอัตราแลกเปลี่ยน แต่ปริมาณความต้องการสินค้าที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของลูกค้าในตลาดโลกที่มีต่อมาตรฐานการผลิตและนวัตกรรมของ FM ซึ่งจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการสร้างกำไรที่ยั่งยืนในอนาคต
สำหรับธุรกิจผลิตและจำหน่ายเนื้อไก่ชำแหละ (RAW) ยังคงเป็นฐานรายได้ที่แข็งแกร่ง โดยมีปริมาณการขายเติบโตขึ้นจากการเน้นจำหน่ายในประเทศเป็นหลัก พร้อมได้รับปัจจัยบวกจากต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่ปรับตัวลดลง ทั้งกากถั่วเหลืองและข้าวโพด ส่งผลให้บริษัทฯ สามารถรักษาความสามารถในการแข่งขันและบริหารจัดการต้นทุนรวมได้อย่างยอดเยี่ยมในภาพรวม
ทั้งนี้ กลุ่มบริษัทฯ ยังมีการควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารอย่างมีประสิทธิภาพ (SG&A) โดยสัดส่วนต่อยอดขายลดลงเหลือเพียง 3.86% จาก 4.30% ในปีก่อน ปัจจุบัน FM มีฐานะทางการเงินที่มั่นคงและแข็งแกร่งอย่างมาก มีอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) ต่ำเพียง 0.32 เท่า และมีวงจรเงินสด (Cash Cycle) ที่รวดเร็วเพียง 23 วัน สะท้อนถึงสภาพคล่องที่สูงและความพร้อมขยายธุรกิจตามแผนงาน
จากผลการดำเนินงานดังกล่าว ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท จึงพิจารณาจ่ายเงินปันผลเพิ่มเติมจากงวดผลการดำเนินงานครึ่งปีหลัง 2568 ในอัตรา 0.20 บาทต่อหุ้น รวมเป็นเงิน 197.57 ล้านบาท กำหนดขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 8 พฤษภาคม 2569 และจ่ายเงินปันผลแก่ผู้ถือหุ้นในวันที่ 22 พฤษภาคม 2569 โดยการจ่ายเงินปันผลดังกล่าว จะต้องได้รับอนุมัติจากที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ประจำปี 2569 ทั้งนี้ หากรวมกับการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลในอัตราหุ้นละ 0.15 บาท เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2568 ทำให้ผู้ถือหุ้นได้รับเงินปันผลจากผลการดำเนินงานปี 2568 รวมทั้งสิ้น 0.35 บาทต่อหุ้น
ด้านนายณัฐพล ดุษฎีโหนด ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร FM กล่าวว่า ในปี 2569 กลุ่มบริษัทฯ ยังคงมุ่งเน้นโมเดลธุรกิจกลางน้ำถึงปลายน้ำผ่านการผลิตและจำหน่ายไก่แปรรูปปรุงสุก เพื่อลดความเสี่ยงจากการพึ่งพิงราคาตลาดไก่สดที่มีความผันผวนสูง และมุ่งสร้างระดับกำไรที่สม่ำเสมอ ล่าสุดในเดือนกันยายน 2568 บริษัทได้รับอนุมัติบัตรส่งเสริมการลงทุน (BOI) ใหม่สำหรับกิจการผลิตและจำหน่ายเนื้อไก่ชำแหละ (RAW) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และเริ่มใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีช่วงปลายไตรมาส 3/2568 ขณะที่กิจการผลิตและจำหน่ายชิ้นส่วนไก่แปรรูปปรุงสุก (CAV) คาดว่าจะได้รับอนุมัติบัตรส่งเสริมการลงทุนภายในไตรมาส 1/2569 นี้ ซึ่งจะช่วยเพิ่มสิทธิประโยชน์ทางภาษีและเสริมความแข็งแกร่งให้กับผลการดำเนินงานในอนาคต
“ก้าวต่อไปของ FM คือการเดินหน้ายกระดับประสิทธิภาพการผลิตด้วยเทคโนโลยี และการกระจายฐานตลาดส่งออกไปยังภูมิภาคใหม่ๆ เพื่อลดความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์และค่าเงิน เราเชื่อมั่นว่าด้วยพื้นฐานธุรกิจที่วางมาอย่างดี และความได้เปรียบด้านต้นทุนที่เราบริหารจัดการได้อย่างมีระบบ จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ FM สร้างผลตอบแทนที่คุ้มค่าและยั่งยืนให้แก่ผู้ถือหุ้นในระยะยาว” นายณัฐพลกล่าว