ดร.อมรเทพ จาวะลา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสำนักวิจัย ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ได้ออกบทวิเคราะห์สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางล่าสุด ชี้ให้เห็นถึงความเสี่ยงระดับสูงต่อเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะการเผชิญหน้ากับวิกฤตพลังงานในช่วงที่กลไกการบริหารประเทศติดล็อกทางงบประมาณ
เจาะ 3 ฉากทัศน์ความขัดแย้งและราคาน้ำมัน
ฉากทัศน์ที่ 1 ตึงเครียดจำกัดวง – มีการตอบโต้ประปรายแต่ไม่กระทบการขนส่งน้ำมัน ราคาน้ำมันดิบขยับขึ้นที่ 70-80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และสงบลงใน 1 เดือน ตลาดทุนผันผวนระยะสั้น
ฉากทัศน์ที่ 2 ปิดช่องแคบฮอร์มุซ – กระทบการส่งออกน้ำมันและ LNG 1 ใน 5 ของโลก ราคาน้ำมันดิบพุ่งแตะ 90-100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ต้นทุนขนส่งในเอเชียพุ่งสูงทันที
ฉากทัศน์ที่ 3 สงครามยืดเยื้อ – สหรัฐฯ-อิสราเอล ปะทะอิหร่านโดยมีรัสเซียสนับสนุน สงครามทำลายโครงสร้างพื้นฐาน ราคาน้ำมันทะลุ 120 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ทั่วโลกเข้าสู่ภาวะ Risk-off
ผลกระทบต่อไทย: เมื่อเครื่องยนต์คลัง “ดับ” ชั่วคราว
สิ่งที่น่ากังวลที่สุดคือ “ภาวะสุญญากาศทางการคลัง” ของไทยในช่วงเปลี่ยนผ่านรัฐบาล ซึ่งทำให้การรับมือวิกฤตทำได้ยากกว่าปกติ
ข้อจำกัดด้านงบประมาณ – ในช่วงที่ยังไม่มีรัฐบาลใหม่ที่มีอำนาจเต็ม การเบิกจ่ายงบประมาณรายจ่ายลงทุนจะหยุดชะงัก รัฐบาลรักษาการไม่สามารถอนุมัติโครงการใหม่หรือออกมาตรการเยียวยาฉุกเฉินขนาดใหญ่ได้
กันชนพลังงานพังทลาย – กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงแบกหนี้เกินเพดาน ขณะที่หนี้สาธารณะใกล้เต็มกรอบวินัยการคลัง ทำให้รัฐบาลไม่สามารถเข้าอุดหนุนราคาหน้าปั๊มได้เหมือนอดีต ประชาชนต้องแบกรับค่าครองชีพที่พุ่งสูงตามจริงทันที
ความเชื่อมั่นสั่นคลอน – หากเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยทางเทคนิค (Technical Recession) ในช่วงที่การเมืองไม่นิ่ง อาจนำไปสู่การถูกปรับลด Credit Rating ซึ่งจะทำให้ต้นทุนการกู้เงินของทั้งประเทศ (Bond Yield) พุ่งสูงขึ้น
ผลกระทบต่อภาคส่วนต่างๆ
ตลาดทุน – ทองคำพุ่ง น้ำมันพุ่ง แต่สินทรัพย์เสี่ยงถูกเทขาย ค่าเงินบาทอ่อนค่ารุนแรงจากการนำเข้าน้ำมันราคาแพง (Trade Deficit)
เงินเฟ้อและดอกเบี้ย – เกิดเงินเฟ้อจากฝั่งต้นทุน (Cost-push Inflation) ขณะที่แบงก์ชาติเผชิญภาวะลำบากในการปรับดอกเบี้ยเพื่อสกัดบาทอ่อน เนื่องจากกำลังซื้อในประเทศอ่อนแอเกินไป
ภาคธุรกิจและท่องเที่ยว – ต้นทุนการเดินทางและวัตถุดิบพุ่งสูง นักท่องเที่ยวกลุ่มตะวันออกกลางหายไป กระทบธุรกิจโรงแรม ขนส่ง และค้าปลีกอย่างรุนแรง
แนวทางการรับมือ เน้นพึ่งพาตนเอง
ในภาวะที่รัฐบาลยังไม่สามารถออกมาตรการช่วยเหลือได้ ภาคเอกชนต้องเร่งปรับตัว
บริหารสภาพคล่อง – สำรองเงินสดรับมือต้นทุนพลังงานและโลจิสติกส์ที่อาจพุ่งขึ้น 20-30%
ป้องกันความเสี่ยงค่าเงิน – ผู้นำเข้าควรทำ Hedging ป้องกันบาทอ่อนค่าทะลุ 34 บาทต่อดอลลาร์
ชะลอการก่อหนี้ – ภาคครัวเรือนและ SMEs ต้องระมัดระวังการสร้างหนี้ใหม่เพื่อรักษาสถานะทางการเงินในภาวะเศรษฐกิจซบเซา
บทสรุป
เศรษฐกิจไทยกำลังเผชิญกับบททดสอบครั้งใหญ่ ความรวดเร็วในการจัดตั้งรัฐบาลและการปลดล็อกงบประมาณ คือตัวแปรเดียวที่จะช่วยบรรเทาผลกระทบจากสงครามตะวันออกกลางไม่ให้กลายเป็นวิกฤตเศรษฐกิจระดับชาติ