ไมเดีย ผู้นำเครื่องใช้ไฟฟ้า ขยายฐานผลิต – ใช้ชิ้นส่วนไทย ยกซัพพลายเชนเครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะ          

“ไมเดีย” ผู้นำเทคโนโลยีเครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะระดับโลกจากจีน ทุ่มลงทุนต่อเนื่องในไทยกว่า 25,000 ล้านบาท จ้างงานกว่า 15,000 คน Local content 60-70% ชูไทยฐานผลิตใหญ่ที่สุดนอกประเทศจีน เดินหน้าขยายการลงทุนกลุ่มเครื่องปรับอากาศและตู้เย็น พร้อมเพิ่มการใช้ชิ้นส่วนภายในประเทศ ส่งออกไปทั่วโลก สะท้อนความเชื่อมั่นต่อศักยภาพไทย ทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐาน บุคลากร และระบบนิเวศอุตสาหกรรมที่เข้มแข็ง

นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยภายหลังการเข้าเยี่ยมชมโรงงาน แห่งของกลุ่มไมเดีย (Midea) ได้แก่ บริษัท ไมเดีย รีฟริเจอเรชั่น อีควิปเมนท์ จำกัด ผู้ผลิตเครื่องปรับอากาศในนิคมอุตสาหกรรมปิ่นทอง จังหวัดชลบุรี และบริษัท ไมเดีย อินเทลลิเจนท์ แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด ผู้ผลิตตู้เย็นในนิคมอุตสาหกรรมซีพีจีซี จังหวัดระยอง ว่า กลุ่มไมเดีย ได้เข้ามาลงทุนในประเทศไทยตั้งแต่ ปี 2559 โดยในระยะแรก เป็นการควบรวมกิจการของกลุ่มบริษัท โตชิบา และตั้งแต่ปี 2563 เป็นต้นมา ได้เดินหน้าลงทุนในไทยอย่างเต็มที่ภายใต้ชื่อกลุ่มไมเดีย ปัจจุบันมีโรงงาน 8 แห่ง ครอบคลุมการผลิตเครื่องปรับอากาศ ตู้เย็น เครื่องซักผ้า และเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัว เพื่อการส่งออกไปยังสหรัฐอเมริกา ตะวันออกกลางและเอเชีย เม็ดเงินลงทุนรวมกว่า 25,000 ล้านบาท จ้างงานบุคลากรไทยกว่า 15,000 คน และมีทีมวิจัยและพัฒนากว่า 200 คน   โดยกิจการในไทย ถือเป็นฐานการผลิตใหญ่ที่สุดนอกประเทศจีน และเป็นฐานการผลิตเครื่องปรับอากาศที่ใหญ่ที่สุดในโลกของกลุ่มไมเดีย สะท้อนความเชื่อมั่นของบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกต่อความพร้อมและศักยภาพของประเทศไทย โดยบริษัทมีแผนขยายการลงทุนเพื่อเพิ่มกำลังการผลิตในไทยอีกในอนาคตอันใกล้นี้

กลุ่มไมเดีย เป็นหนึ่งในผู้นำด้านเทคโนโลยีและการผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยได้รับการคัดเลือกให้เป็น No.1 Smart Home Appliances Brand in the World จากสถาบัน Euromonitor International และได้รับรางวัลนวัตกรรมยอดเยี่ยม 2025 สำหรับเครื่องปรับอากาศรุ่นใหม่จาก Time Magazine โดยที่ผ่านมา ไมเดียได้ขยายการลงทุนและยกระดับฐานการผลิตในประเทศไทยด้วยเทคโนโลยีทันสมัยอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เป็น Smart Factory โดยโรงงานที่จังหวัดชลบุรี เป็นโรงงานแห่งแรกนอกจีนที่ได้รับรางวัล Global Lighthouse Network โดย World Economic Forum (WEF) เป็น ใน 12 โรงงานอัจฉริยะล้ำสมัยที่สุดในโลกประจำปี 2025 สะท้อนศักยภาพการประยุกต์ใช้ AI และการวิเคราะห์ข้อมูลขั้นสูง เพื่อควบคุมเครื่องจักร ระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์ รวมถึงด้านความปลอดภัยและการพัฒนาบุคลากร เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการผลิต เชื่อมโยงซัพพลายเชนอย่างไร้รอยต่อ ควบคู่กับการพัฒนาบุคลากร เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน 

นอกจากการพัฒนาโรงงานอัจฉริยะแล้ว กลุ่มไมเดียยังเดินหน้าเพิ่มการใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตในประเทศไทย โดยมีมูลค่าจัดซื้อชิ้นส่วนในไทยกว่า 32,000 ล้านบาทต่อปี ครอบคลุมมากกว่า 400 หมวดสินค้า และมีเครือข่ายซัพพลายเออร์ในประเทศกว่า 500 ราย ซึ่งบางส่วนเป็นซัพพลายเออร์เดิมของโตชิบาที่กลุ่มไมเดียยังซื้อชิ้นส่วนต่อเนื่องถึงปัจจุบัน โดยภายในปี 2569 ผลิตภัณฑ์ตู้เย็นจะมีสัดส่วนการใช้ Local Content สูงถึงร้อยละ 70 ขณะที่เครื่องปรับอากาศอยู่ที่ร้อยละ 60 

“การที่กลุ่มไมเดียเพิ่มการใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตในไทยอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนถึงศักยภาพของผู้ประกอบการในประเทศที่สามารถยกระดับมาตรฐานการผลิต และเชื่อมโยงเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานระดับโลก โดยบีโอไอจะเดินหน้าส่งเสริมความร่วมมือระหว่างบริษัทชั้นนำระดับโลกกับผู้ประกอบการไทย ผ่านกิจกรรมต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นงาน SUBCON Thailand, งาน Thailand Electronics Circuit Asia (THECA) และกิจกรรม Sourcing Day ที่จัดต่อเนื่องทั้งปี เพื่อยกระดับขีดความสามารถของซัพพลายเชนในประเทศให้สอดรับกับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เช่น ยานยนต์ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะ เครื่องจักรและระบบอัตโนมัติ” นายนฤตม์ กล่าว