เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ โลจิสติกส์ ผนึก ดีเอชแอล ตั้งบริษัทร่วมทุน บุกโลจิสติกส์เฮลธ์แคร์ รับตลาดโตแรงกว่า 6.4 แสนล้านบาท กางแผนการลงทุน 1,500 ล้านบาทภายใน 5 ปี
บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ โลจิสติกส์ (“BJL”) บริษัทในเครือ บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ บีเจซี และบริษัท ดีเอชแอล ซัพพลายเชน (ประเทศไทย) ประกาศจัดตั้งบริษัทร่วมทุนเพื่อยกระดับการดำเนินงานด้านโลจิสติกส์ของกลุ่มบีเจซี บิ๊กซี สู่มาตรฐานสากล พร้อมรุกตลาดเฮลธ์แคร์ที่มีศักยภาพการเติบโตสูงกว่า 6.45 แสนล้านบาท
บริษัทร่วมทุนแห่งนี้มุ่งเน้นการให้บริการโซลูชันโลจิสติกส์เฉพาะทางที่ได้มาตรฐานสากล เพื่อรองรับการขยายตัวอย่างรวดเร็วของอุตสาหกรรมเฮลธ์แคร์ในประเทศไทย ซึ่งคาดการณ์ว่าจะมีมูลค่าถึง 6.45 แสนล้านบาท (16.9 พันล้านยูโร) ภายในปี 2573 การผสานมาตรฐานโลจิสติกส์เฮลธ์แคร์ระดับโลกของดีเอชแอล เข้ากับความเชี่ยวชาญเชิงลึกของบีเจซี ทั้งในด้านกฎระเบียบและบริบททางการแพทย์ของไทย จะช่วยสร้างบรรทัดฐานใหม่ด้านคุณภาพและความน่าเชื่อถือให้แก่ธุรกิจ พร้อมทั้งผลักดันยุทธศาสตร์ของประเทศไทยในการก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ (Medical Hub) ระดับภูมิภาค

ประสิทธิภาพการดำเนินงานและความยั่งยืน
ดีเอชแอล ซัพพลายเชน จะนำความเชี่ยวชาญด้านโลจิสติกส์ขั้นสูงเข้ามาสนับสนุนอย่างเต็มรูปแบบ ทั้งการนำเทคโนโลยีอัตโนมัติมาใช้ในคลังสินค้า มาตรฐานการดำเนินงาน (Operations Management System – OMS) และระบบติดตามสถานะแบบเรียลไทม์ เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานและความแม่นยำ พร้อมสร้างความโปร่งใสและการตรวจสอบสถานะได้ตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง (end-to-end Visibility) ทั่วทั้งซัพพลายเชนด้านเฮลธ์แคร์
ความยั่งยืนจะถูกผนวกเข้าเป็นส่วนหนึ่งของทุกกระบวนการดำเนินงาน ตั้งแต่การบริหารจัดการอาคารคลังสินค้าไปจนถึงการขนส่ง ซึ่งสอดคล้องกับเจตนารมณ์ของทั้งกลุ่มดีเอชแอล และกลุ่มบีเจซี บิ๊กซี ที่มุ่งหน้าสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2593 บริษัทร่วมทุนนี้จะมุ่งมั่นในการนำแนวปฏิบัติด้านโลจิสติกส์ยั่งยืนตามมาตรฐานสากลมาปรับใช้ เพื่อขับเคลื่อนเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมทั้งในระดับประเทศและระดับโลก
มุ่งสู่ความเป็นเลิศด้านโลจิสติกส์เฮลธ์แคร์
บริษัทร่วมทุนนี้พร้อมส่งมอบบริการโลจิสติกส์เฮลธ์แคร์อย่างครบวงจร โดยขับเคลื่อนผ่าน 3 เสาหลัก ดังนี้:
1.โครงสร้างพื้นฐานที่ออกแบบมาเพื่ออุตสาหกรรมเฮลธ์แคร์โดยเฉพาะ: คลังสินค้าควบคุมอุณหภูมิที่ครอบคลุมทุกระดับความต้องการ (Multi-temperature) และระบบคลังสินค้าแบบแช่เย็นและแช่แข็ง (Cold-chain facilities) ที่ได้มาตรฐาน Good Distribution Practice (GDP) รองรับการจัดเก็บและกระจายสินค้ากลุ่มยาชีววัตถุ (Biologics), วัคซีน, ยาเฉพาะทาง, ยาฉีดที่ต้องควบคุมอุณหภูมิ ตลอดจนเวชภัณฑ์และอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่สำคัญ
2. บุคลากรที่เชี่ยวชาญด้านเฮลธ์แคร์: โปรแกรมการพัฒนาบุคลากรเฉพาะทางที่ผสานหลักสูตรฝึกอบรมโลจิสติกส์เฮลธ์แคร์มาตรฐานโลกของดีเอชแอล เข้ากับ ความเชี่ยวชาญด้านกฎระเบียบและบริบททางการแพทย์เชิงลึกของบีเจซี เพื่อให้มั่นใจว่าบุคลากรมีความพร้อมในการจัดการผลิตภัณฑ์ด้านสุขภาพที่ต้องดูแลเป็น พิเศษด้วยความแม่นยำและใส่ใจในทุกรายละเอียด
3.การปฏิบัติตามข้อกำหนดมาตรฐานทางการแพทย์: มั่นใจด้วยระบบบริหารจัดการคุณภาพที่ทรงประสิทธิภาพ และขั้นตอนการดำเนินงานตามมาตรฐาน (SOPs) ผสานเทคโนโลยีการตรวจสอบย้อนกลับแบบดิจิทัล (digital traceability) พร้อมทั้งการปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) รวมถึงมาตรฐาน GDP และ GMP (Good Manufacturing Practice) อย่างเคร่งครัด
ร่วมขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ด้านสาธารณสุขของประเทศ
บริษัทร่วมทุนแห่งนี้มุ่งมั่นที่จะยกระดับการเข้าถึงยาและเวชภัณฑ์คุณภาพสูงของคนไทยทั่วประเทศ เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายเร่งด่วนด้านสาธารณสุขของไทย พร้อมทั้งเสริมสร้างศักยภาพของประเทศไทยในการก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ระดับภูมิภาคอย่างเต็มตัว ด้วยการผสานเครือข่ายอันแข็งแกร่งของกลุ่มบีเจซี บิ๊กซี ที่ครอบคลุมโรงพยาบาลกว่า 1,271 แห่ง คลินิก 2,687 แห่ง และร้านยา 4,688 แห่ง เข้ากับความเชี่ยวชาญด้านการกระจายผลิตภัณฑ์เฮลธ์แคร์ระดับโลกของดีเอชแอล บริษัทพร้อมส่งมอบบริการโลจิสติกส์เฮลธ์แคร์ที่ได้มาตรฐานและไว้วางใจได้ ซึ่งไม่เฉพาะในหัวเมืองใหญ่ แต่ขยายการครอบคลุมไปยังชุมชนต่างๆ ทั่วทุกภูมิภาคของไทย
การขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการพัฒนาบุคลากร
บริษัทร่วมทุนนี้มุ่งมั่นลงทุนในการพัฒนาศักยภาพทีมงาน ผ่านหลักสูตรการฝึกอบรมมาตรฐานสากลและการถ่ายทอดองค์ความรู้จากผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้มั่นใจว่าพนักงานทุกคนมีทักษะด้านเทคโนโลยี, AI และ การปฏิบัติตามมาตรฐานคุณภาพด้านเฮลธ์แคร์

นางฐาปณี เตชะเจริญวิกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) (BJC) เปิดเผยว่า “ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของกลุ่มบีเจซี บิ๊กซี ในการเสริมความแข็งแกร่งในภาคโลจิสติกส์เฮลธ์แคร์ที่กำลังเติบโตอย่างสูงของประเทศไทย ความร่วมมือกับดีเอชแอลซึ่งเป็นผู้นำด้านโลจิสติกส์ระดับโลก ทำให้เราสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันที่ทรงพลังใน อุตสาหกรรมเฮลธ์แคร์ที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว ความร่วมมือนี้ช่วยให้เราสามารถขยายฐานลูกค้าไปสู่ลูกค้าต่างประเทศ และนำเสนอโซลูชันระดับโลกที่รองรับความต้องการด้านสุขภาพที่พัฒนาอย่างต่อเนื่องของประเทศไทย
ขณะที่ประเทศไทยกำลังเปลี่ยนผ่านเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบ เราเข้าใจว่าอุตสาหกรรมเฮลธ์แคร์ต้องการอะไรอย่างแท้จริง ซึ่งไม่ใช่แค่การขนส่งที่มีประสิทธิภาพเท่านั้น แต่ต้องเป็นโซลูชันที่สร้างขึ้นบนรากฐานของความไว้วางใจ การปฏิบัติตามกฎระเบียบ และความเข้าใจในบริบททางการแพทย์เชิงลึก บริษัทร่วมทุนนี้จะช่วยให้เราสามารถยกระดับการบริการเพื่อตอบโจทย์อุตสาหกรรมเฮลธ์แคร์ของประเทศ ด้วยคุณภาพ ความน่าเชื่อถือ และความถูกต้องตามกฎระเบียบที่ผู้ป่วยและผู้ให้บริการด้านเฮลธ์แคร์ควรได้รับ พร้อมทั้งผลักดันประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ระดับภูมิภาคด้วยมาตรฐานโลจิสติกส์ระดับโลก”
การจัดตั้งบริษัทร่วมทุนครั้งนี้ ใช้ทุนจดทะเบียน 100 ล้านบาท โดยเป็นการผสานจุดแข็งของ เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ และดีเอชแอล ปัจจุบัน เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ ถือว่าเป็นบริษัทที่ติด Top 3 ด้านเฮลธ์แคร์ในไทย โดยภาพรวมของตลาดโตประมาณ 7-8% ซึ่งการร่วมมือครั้งนี้จะทำให้ธุรกิจแข็งแกร่งยิ่งขึ้น คาดว่าจะนับจากนี้จะผลักดันให้ธุรกิจเติบโตถึง 36 % ต่อปี ส่วนแผนการลงทุนในช่วง 5 ปี จะใช้เงินลงทุนประมาณ 1,500 ล้านบาท ในการก่อสร้างคลังสินค้าและลงทุนระบบไอที รวมทั้งการพัฒนาด้านบุคลากรและอื่นๆ

นายเคนนี่ ไท ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทร่วมทุน กล่าวว่า “ปัจจุบันอุตสาหกรรมเฮลธ์แคร์ของไทยเติบโตรวดเร็วกว่าภาคส่วนอื่นๆ ในระบบเศรษฐกิจ การจัดตั้งบริษัทร่วมทุนครั้งนี้จึงถือเป็นจังหวะที่เหมาะสมอย่างยิ่งในการวางรากฐานที่แข็งแกร่งเพื่อรองรับการเติบโตดังกล่าว เรามุ่งเน้นในการปฏิบัติและการสร้างผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม ความร่วมมือนี้จะช่วยให้เราสามารถยกระดับซัพพลายเชนเฮลธ์แคร์ในประเทศไทยได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ไว้วางใจได้มากขึ้น และเป็นไปตามข้อกำหนดมาตรฐานสากลได้อย่างเต็มรูปแบบ เรากำลังลงทุนในระบบอัตโนมัติ ทีมงานผู้เชี่ยวชาญ และระบบควบคุมคุณภาพ เพื่อลดความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสให้คนไทยทั่วประเทศสามารถเข้าถึงยาและเวชภัณฑ์ได้ดียิ่งขึ้น
เป้าหมายของเราไม่ใช่แค่เรื่องประสิทธิภาพ แต่เป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ให้บริการด้านเฮลธ์แคร์ และผู้ป่วย ผ่านการส่งมอบบริการโลจิสติกส์เฮลธ์แคร์ที่ได้มาตรฐาน ซึ่งเป็นการสนับสนุนการพัฒนาระบบสาธารณสุขและเศรษฐกิจของไทยในระยะยาว ด้วยการผสานความเชี่ยวชาญระดับโลกของดีเอชแอลเข้ากับเครือข่ายที่แข็งแกร่งของ กลุ่มบีเจซี บิ๊กซี ภายในประเทศ เรามั่นใจว่า จะสามารถมอบบริการโลจิสติกส์เฮลธ์แคร์ระดับเวิลด์คลาสให้แก่บริษัทเวชภัณฑ์ และผู้จัดจำหน่ายในประเทศไทยได้อย่างแท้จริง”

นายสตีฟ วอล์กเกอร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ดีเอชแอล ซัพพลายเชน กลุ่มธุรกิจประเทศไทย กล่าวว่า “การจัดตั้งบริษัทร่วมทุนในครั้งนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของอีโคซิสเต็มเฮลธ์แคร์ในประเทศไทย และสะท้อนความมุ่งมั่นอันแน่วแน่ของดีเอชแอลในการสนับสนุนประเทศไทยให้ก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ระดับภูมิภาคในอนาคต ปัจจุบันเรากำลังเห็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในซัพพลายเชนด้านเฮลธ์แคร์ ไม่ว่าจะเป็นการก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุทั่วเอเชีย การเติบโตของเวชศาสตร์เฉพาะบุคคล กฎระเบียบข้อบังคับที่เข้มงวดขึ้น รวมถึงความคาดหวังที่สูงขึ้นในด้านความยั่งยืนและความโปร่งใสในการดำเนินงาน
ในขณะที่อุตสาหกรรมเฮลธ์แคร์มีความซับซ้อนยิ่งขึ้น ประเทศไทยจึงจำเป็นต้องมีโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์ที่มีขีดความสามารถในการแข่งขันระดับสากล ด้วยการผสานประสบการณ์ความร่วมมือที่มีมากว่าสองทศวรรษกับกลุ่มบีเจซี บิ๊กซี เข้ากับความเชี่ยวชาญด้านโลจิสติกส์เฮลธ์แคร์ระดับโลกของดีเอชแอล เรากำลังสร้างมาตรฐานใหม่ไม่เพียงแค่สำหรับประเทศไทย แต่สำหรับทั้งภูมิภาค ความร่วมมือครั้งนี้จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ประเทศไทยก้าวขึ้นสู่การเป็นผู้นำด้านความเป็นเลิศในโลจิสติกส์เฮลธ์แคร์ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้