ข่าวยานยนต์ – transportjournal newspaper https://www.trjournalnews.com เว็บไซต์ข่าวสารด้านโลจิสติกส์ Thu, 06 Aug 2020 03:38:51 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=5.4.2 บีเอ็มดับเบิลยู ยกขบวนรถยนต์มือสอ พร้อมข้อเสนอพิเศษใน BMW Executive Car Day https://www.trjournalnews.com/21120 Thu, 06 Aug 2020 03:38:51 +0000 http://www.trjournalnews.com/?p=21120 บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย พร้อมมอบข้อเสนอสุดพิเศษในงาน […]]]>

บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย พร้อมมอบข้อเสนอสุดพิเศษในงาน BMW Executive Car Day ระหว่างวันที่ 8 – 11 สิงหาคม 2563 ณ ผู้จำหน่ายบีเอ็มดับเบิลยูอย่างเป็นทางการทั่วประเทศ ลูกค้าจะได้พบกับทัพรถยนต์ผู้บริหารป้ายแดงและรถยนต์มือสองจากบีเอ็มดับเบิลยูกว่า 200 คัน ซึ่งผ่านการตรวจสอบสภาพตามมาตรฐานและยังผ่านการรับรองภายใต้โปรแกรม BMW Premium Selection ด้วยมาตรฐานชั้นเลิศที่การันตีความพึงพอใจขั้นสูงสุด และเพื่อเติมเต็มความอุ่นใจขึ้นอีกขั้น ลูกค้าที่ซื้อรถยนต์ภายในงาน BMW Executive Car Day จะได้รับแผนประกันความคุ้มครอง BMW Extended Protect ขยายระยะเวลารับประกันคุณภาพรถยนต์นานสูงสุด 2 ปี หรือ 200,000 กิโลเมตร ครอบคลุมการเคลมค่าใช้จ่ายได้สูงสุดหลังหมดระยะเวลารับประกัน

รถยนต์ผู้บริหารป้ายแดงและรถยนต์มือสองทุกคันภายใต้โปรแกรม BMW Premium Selection เป็นรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูที่ผ่านการตรวจสอบโดยละเอียดแบบ 360 องศาของบีเอ็มดับเบิลยู ทั้งยังมีประวัติการเข้ารับบริการจากศูนย์บริการอย่างเป็นทางการ พร้อมรับประกันเป็นระยะเวลาอย่างน้อย 2 ปี จึงอุ่นใจได้ในทุกการขับขี่ด้วยคุณภาพและมาตรฐานระดับโลก ให้ลูกค้าได้เป็นเจ้าของยานยนต์ระดับพรีเมียมของบีเอ็มดับเบิลยูได้ง่ายดายยิ่งขึ้นในราคาที่คุ้มค่า คุณภาพชั้นเลิศ และบริการครบวงจร

ลูกค้าบีเอ็มดับเบิลยูที่จองรถยนต์ผู้บริหารป้ายแดงและรถยนต์มือสองภายในงานระหว่างวันที่ 8 – 11 สิงหาคม 2563 และรับรถภายในวันที่ 31 สิงหาคม 2563 จะได้รับสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ดังนี้*

  1. รับฟรี แผนประกันความคุ้มครอง BMW Extended Protect ขยายระยะเวลารับประกันคุณภาพรถยนต์นานสูงสุด 2 ปี หรือ 200,000 กิโลเมตร
  2. รับฟรี ผลิตภัณฑ์ Bowers & Wilkins มูลค่ากว่า 12,900 บาท (สินค้ามีจำนวนจำกัด)

*เงื่อนไข:

  1. ข้อเสนอพิเศษสำหรับลูกค้าที่จองรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูในงาน BMW Executive Car Day และทำสัญญาทางการเงินร่วมรายการกับบีเอ็มดับเบิลยู ไฟแนนเชียล เซอร์วิส ประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 8 สิงหาคม 2563 และรับรถภายในวันที่ 31 สิงหาคม 2563
  2. แผนประกันความคุ้มครอง BMW Extended Protect ขยายระยะเวลารับประกันคุณภาพรถยนต์นานสูงสุด 2 ปี หรือ 200,000 กิโลเมตร ข้อเสนอดังกล่าวไม่รวมรุ่นรถดังต่อไปนี้ บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 6, บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 7, บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 8, บีเอ็มดับเบิลยู X6, บีเอ็มดับเบิลยู X7, บีเอ็มดับเบิลยู i, และบีเอ็มดับเบิลยู M
  3. ข้อเสนอนี้ เฉพาะบริษัทประกันภัยที่ร่วมโครงการกับทางบริษัทฯ เท่านั้น และไม่สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดได้
  4. ลูกค้าธุรกิจฟลีทไม่สามารถร่วมรายการนี้ได้
  5. ข้อเสนอนี้ ไม่สามารถใช้ร่วมกับรายการส่งเสริมการขายอื่น ๆ ได้
  6. ผลิตภัณฑ์ Bowers & Wilkins มีจำนวนจำกัด (ลูกค้าสามารถเลือกรับระหว่างลำโพง B&W T7 wireless loud speaker หรือหูฟัง B&W PX wireless headphone อย่างใดอย่างหนึ่ง)
  7. บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงข้อกำหนดและเงื่อนไข โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
]]>
“เบ็นดิกซ์” ร่วมกับ “โยโกฮามา คลับ เน็ตเวิร์ค” จัดโปรโมชั่น เปลี่ยนผ้าเบรกที่ศูนย์บริการ รับหน้ากากอนามัยวันนี้ ถึง 30 สิงหาคม 2563 https://www.trjournalnews.com/20985 Mon, 03 Aug 2020 09:38:07 +0000 http://www.trjournalnews.com/?p=20985 บริษัท เอฟเอ็มพี ดิสทริบิวชั่น จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ […]]]>

บริษัท เอฟเอ็มพี ดิสทริบิวชั่น จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่าย ผ้าเบรกเบ็นดิกซ์ จัดโปรโมชั่นต้อนรับหน้าฝนร่วมกับศูนย์บริการ โยโกฮามา คลับ เน็ตเวิร์ค (Yokohama Club Network) เมื่อใช้บริการเปลี่ยนผ้าเบรกเบ็นดิกซ์ เฉพาะรุ่น เจนเนอรัล ซีที, เมทัลคิง ไทเทเนียม, ไฟร์วีล, อัลตร้า พรีเมียม และ อัลติเมท (ไม่รวมผ้าเบรกรุ่น เฮฟวี่ดิวตี้ และ ก้ามเบรก) รับฟรีหน้ากากผ้าป้องกันไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 มูลค่า 89 บาท ตั้งแต่วันนี้ถึง 30 สิงหาคม 2563 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.bendix.co.th หรือ www.facebook.com/bendixclub

]]>
คาร์ ฟอร์ แคช ขอสินเชื่อบนแอป KMA เพื่อคนมีรถแค่ปลายนิ้ว https://www.trjournalnews.com/20978 Mon, 03 Aug 2020 09:34:48 +0000 http://www.trjournalnews.com/?p=20978 “คาร์ ฟอร์ แคช” ผู้นำตลาดสินเชื่อเพื่อคนมีรถ เสริมแกร่ง […]]]>

“คาร์ ฟอร์ แคช” ผู้นำตลาดสินเชื่อเพื่อคนมีรถ เสริมแกร่งช่องทางดิจิทัล เปิดบริการสมัครสินเชื่อผ่านทาง Krungsri Mobile Application (KMA) ให้ลูกค้าประเมินวงเงิน ขอสินเชื่อ ตรวจสอบสถานะใบสมัครได้เอง ครบจบในแอปพลิเคชันเดียว เดินหน้าสนับสนุนแหล่งเงินทุนที่คุ้มค่า พร้อมอยู่เคียงข้างลูกค้าให้เดินหน้าต่อได้ในทุกสถานการณ์

นางกฤติยา ศรีสนิท ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านธุรกิจสินเชื่อยานยนต์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “คาร์ ฟอร์ แคช มุ่งมั่นในการยกระดับประสบการณ์ลูกค้าด้านดิจิทัล ผ่านกลยุทธ์การตลาดดิจิทัลที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ลูกค้ามาโดยตลอด ตั้งแต่การพัฒนาแพลตฟอร์มที่เข้าถึงกลุ่มลูกค้า แคมเปญส่งเสริมการขายและการสื่อสารการตลาดอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนบริการประเมินราคารถและสมัครสินเชื่อออนไลน์ ซึ่งทำให้ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ยอดสินเชื่อใหม่ผ่านช่องทางออนไลน์มีอัตราเติบโตสะสมเฉลี่ย (CAGR) 49% ครั้งนี้ เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคในปัจจุบันที่นิยมทำธุรกรรมบนมือถือ เราจึงได้นำบริการสินเชื่อเพื่อคนมีรถ “คาร์ ฟอร์ แคช” มาไว้บนแอปพลิเคชัน KMA เพื่ออำนวยความสะดวกเจ้าของรถที่เป็นลูกค้าธนาคารกรุงศรีฯ* ให้เข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายขึ้นเพียงปลายนิ้ว โดยสามารถขอสินเชื่อได้ด้วยตนเองบนแอปพลิเคชันเดียวทุกที่ ทุกเวลา ก่อนขั้นตอนสุดท้ายในการตรวจสภาพรถยนต์และโอนเล่มทะเบียน ทั้งยังสะดวกยิ่งขึ้นจากการเชื่อมข้อมูลส่วนตัวในระบบมาอยู่บนฟอร์มขอสินเชื่อ ซึ่งช่วยลดขั้นตอนการกรอกข้อมูลของลูกค้าให้รวดเร็วยิ่งขึ้น”

ขั้นตอนการขอสินเชื่อ คาร์ ฟอร์ แคช บนแอปพลิเคชัน KMA

ลูกค้าธนาคารกรุงศรีฯ สมัครขอสินเชื่อเพื่อคนมีรถ “คาร์ ฟอร์ แคช” ผ่าน KMA ได้ง่ายๆ เพียงล็อกอิน แล้วเข้าไปที่เมนูสมัครสินเชื่อ/บัตรเครดิต  พร้อมทำตาม 4 ขั้นตอนดังนี้ 1) เช็กราคาประเมินและค่างวดรถเบื้องต้นก่อนขอสินเชื่อ 2) กรอกแบบฟอร์มใบสมัครออนไลน์พร้อมแนบรูปเอกสารประกอบการสมัคร และรอผลอนุมัติ 3) รับบริการตรวจสภาพรถและทำสัญญา ก่อนดำเนินการโอนเล่มทะเบียน และ 4) รับเงินโอนเข้าบัญชี สะดวก ทุกที่ ทุกเวลา และมั่นใจเพิ่มขึ้นด้วยบริการตรวจสอบสถานะตั้งแต่ส่งใบสมัคร แจ้งผลอนุมัติ จนได้รับเงิน ผ่านแอปพลิเคชัน

“เราเชื่อว่า การเปิดอีกหนึ่งช่องทางบริการผ่านแอปพลิเคชัน KMA จะช่วยให้ลูกค้าเข้าถึงบริการสินเชื่อเพื่อคนมีรถ “คาร์ ฟอร์ แคช” ได้ง่ายยิ่งขึ้น เราเข้าใจถึงความต้องการทางการเงินของคนไทยในสภาวะการณ์ที่ท้าทาย และพร้อมสนับสนุนให้คนมีรถมีความมั่นคงทางการเงิน โดยเราพร้อมสู้และฝ่าฟันเคียงข้างลูกค้าบนชีวิตวิถีใหม่ในทุกสถานการณ์” นางกฤติยา กล่าวสรุป

]]>
บีเอ็มดับเบิลยู จับมือ ดิ เอ็มโพเรี่ยม ดิ เอ็มควอเทียร์ ขยายหัวจ่ายอัดประจุไฟฟ้าใจกลางกรุงเทพฯ https://www.trjournalnews.com/20914 Mon, 03 Aug 2020 06:12:15 +0000 http://www.trjournalnews.com/?p=20914 บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ร่วมด้วย เดอะ ฟิฟท์ อีล […]]]>

บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ร่วมด้วย เดอะ ฟิฟท์ อีลีเม้นท์ อินเตอร์เนชั่นแนล พันธมิตรในโครงการ ChargeNow จับมือ ดิ เอ็มโพเรี่ยม ดิ เอ็มควอเทียร์ ขยายเครือข่ายหัวจ่ายอัดประจุไฟฟ้าสาธารณะใจกลางกรุงเทพฯ

พันธมิตรในโครงการ ChargeNow ได้แก่ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย และบริษัท เดอะ ฟิฟท์ อีลีเม้นท์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด จับมือ ดิ เอ็มโพเรี่ยม ดิ เอ็มควอเทียร์ เพื่อขยายเครือข่ายการให้บริการสถานีอัดประจุไฟฟ้าสาธารณะสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าและรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดไม่จำกัดรุ่นเพิ่มเติมถึง 12 หัวจ่าย ณ ศูนย์การค้า ดิ เอ็มโพเรียม และ ดิ เอ็มควอเทียร์ พร้อมให้บริการอัดประจุไฟฟ้าฟรี ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 1 กันยายน 2563 โดยการขยายสถานีอัดประจุไฟฟ้าสาธารณะในครั้งนี้ จะช่วยส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้าภายในตัวเมืองกรุงเทพฯ ตามเป้าหมายของโครงการ ChargeNow ที่มุ่งเดินหน้าขยายเครือข่ายสถานีอัดประจุไฟฟ้า พร้อมสานต่อการพัฒนายานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยอย่างยั่งยืน

มร. อเล็กซานเดอร์ บารากา ประธาน บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย กล่าวว่า “เรามีความมุ่งมั่นในการเป็นผู้บุกเบิกด้านยานยนต์ไฟฟ้าและความยั่งยืนเสมอมา โดยได้ผลักดันแนวคิดเกี่ยวกับยานยนต์แห่งอนาคตที่ผสานความเพลิดเพลินในการขับขี่ ควบคู่กับเทคโนโลยีล้ำสมัยที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การขยายเครือข่ายสถานีอัดประจุไฟฟ้าสาธารณะ ณ ดิ เอ็มโพเรี่ยม ดิ เอ็มควอเทียร์ ในครั้งนี้ จะช่วยให้ผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าไม่ว่าจะรุ่นใดก็ตาม สามารถเข้าถึงหัวจ่ายสาธารณะในบริเวณใจกลางเมืองกรุงเทพฯ ได้อย่างง่ายดายมากยิ่งขึ้น นับเป็นอีกก้าวสำคัญในการต่อยอดพัฒนาและส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย การเปิดตัว
บีเอ็มดับเบิลยู X3 xDrive30e M Sport รถยนต์ PHEV รุ่นใหม่ล่าสุดของเรา ทำให้บีเอ็มดับเบิลยูพร้อมมอบทางเลือกยานยนต์ไฟฟ้าที่หลากหลายที่สุด ด้วยรถยนต์ PHEV และ BEV สูงที่สุดในตลาดถึง 9 รุ่น ส่วนการสนับสนุนการขยายเครือข่ายสถานีอัดประจุไฟฟ้าสาธารณะ ChargeNow ทั่วประเทศนี้ ก็นับเป็นอีกหนึ่งแผนงานที่ตอกย้ำความมุ่งมั่นของเราในการส่งเสริมอนาคตที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า โดยรองรับรถยนต์ไฟฟ้าทุกรุ่นและทุกแบรนด์”

คุณสุธาวดี ศิริธนชัย รองกรรมการผู้จัดการ ศูนย์การค้า ดิ เอ็มโพเรี่ยม และ ดิ เอ็มควอเทียร์ กล่าวว่า “ในปัจจุบันความนิยมในการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าและรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด กำลังมีแนวโน้มที่สูงขึ้นในประเทศไทย ศูนย์การค้า ดิ เอ็มโพเรี่ยม ดิ เอ็มควอเทียร์ หนึ่งในศูนย์การค้าชั้นนำของประเทศไทย จึงมีแนวคิดในการร่วมส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้าในประเทศ โดยร่วมมือกับบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย และ เดอะ ฟิฟท์ อีลีเม้นท์ อินเตอร์เนชั่นแนล อำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการทั้ง 2 ศูนย์การค้า ด้วยการเปิดให้บริการสถานีอัดประจุไฟฟ้าสาธารณะสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าและรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดไม่จำกัดรุ่นเพิ่มเติมถึง 12 หัวจ่าย ซึ่งลูกค้าที่มาใช้บริการจะมั่นใจได้ว่าได้รับบริการที่มีคุณภาพ และได้มาตรฐานในระดับสากล ตอบรับกับความต้องการของลูกค้าได้อย่างครบถ้วน”

คุณสุวัจชัย พรสุวรรณสิริ กรรมการฝ่ายการตลาดและพัฒนาธุรกิจ บริษัท เดอะ ฟิฟท์ อีลีเม้นท์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด กล่าวว่า “ในฐานะหนึ่งในผู้ให้บริการสถานีอัดประจุไฟฟ้าสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าและรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด เรามุ่งส่งมอบเทคโนโลยีอัดประจุไฟฟ้าให้กับลูกค้าชาวไทย โดยหัวจ่ายสาธารณะใหม่ทั้ง 12 หัวจ่าย ซึ่งแบ่งเป็น 6 หัวจ่ายภายในศูนย์การค้า ดิ เอ็มโพเรี่ยม และอีก 6 หัวจ่ายภายในศูนย์การค้าเอ็มควอเทียร์ ล้วนแต่มีคุณภาพสูงตามมาตรฐานยุโรป และสามารถใช้งานร่วมกับรถยนต์ EV และ PHEV ได้ทุกแบรนด์ ลูกค้าจึงสามารถใช้เวลาพักผ่อนในศูนย์การค้าได้อย่างไร้กังวล และวางใจได้ว่ารถยนต์จะได้รับการอัดประจุไฟฟ้าอย่างเหมาะสมสำหรับการเดินทางครั้งต่อไป”

ทั้งนี้ เครือข่ายสถานีอัดประจุไฟฟ้าสาธารณะ ChargeNow เป็นโครงการภายใต้ความร่วมมือระหว่าง บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย และพาร์ทเนอร์ต่าง ๆ ซึ่งรวมถึงบริษัท เดอะ ฟิฟท์ อีลีเม้นท์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ซึ่งได้ริเริ่มขึ้นเมื่อปี 2560 เพื่อร่วมขับเคลื่อนการเตรียมความพร้อมระบบสาธารณูปโภคของประเทศไทยสู่ยุคยานยนต์ไฟฟ้าอย่างยั่งยืน โดยได้เดินหน้าขยายสถานีอัดประจุไฟฟ้ามาอย่างต่อเนื่องเพื่อรองรับความต้องการของรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดและรถยนต์ไฟฟ้าในตลาดที่เพิ่มมากขึ้น

ปัจจุบัน สถานี ChargeNow มีให้บริการทั้งหมด 141 หัวจ่ายใน 63 สถานีทั่วประเทศไทย แบ่งเป็นสถานีอัดประจุไฟฟ้าสาธารณะ ChargeNow 91 หัวจ่าย และผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการของบีเอ็มดับเบิลยู 50 หัวจ่าย พร้อมวางแผนขยายสถานีอัดประจุไฟฟ้าสาธารณะ ChargeNow ให้ครบ 100 หัวจ่ายภายในสิ้นปี 2563 นี้
ซึ่งเจ้าของรถยนต์ไฟฟ้าสามารถใช้บริการ ChargeNow ได้อย่างสะดวกสบายไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ยี่ห้อใด ได้
ณ ศูนย์การค้าและโรงแรมชั้นนำทั่วกรุงเทพฯ รวมถึงเมืองใหญ่ในจังหวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศไทย

]]>
ผ้าเบรกเบ็นดิกซ์ เปิดตัวทีม Bendix SRT Racing https://www.trjournalnews.com/20906 Mon, 03 Aug 2020 02:42:26 +0000 http://www.trjournalnews.com/?p=20906 ผ้าเบรกเบ็นดิกซ์ เปิดตัวทีม Bendix SRT Racing ภายใต้ TA […]]]>

ผ้าเบรกเบ็นดิกซ์ เปิดตัวทีม Bendix SRT Racing ภายใต้ TANN RACING CONNECT นำโดย “ตาล รัชฎา นาคเจริญศรี” ลุ้นแชมป์รายการแรกของปี

นายประพัฒน์ อัศวาดิศยางกูร ผู้จัดการฝ่ายขายและการตลาดประจำภูมิภาค บริษัท เอฟเอ็มพี ดิสทริบิวชั่น จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่าย ผ้าเบรกเบ็นดิกซ์ เปิดเผยว่า นโยบายการส่งเสริมด้านกีฬาของบริษัทมีมาอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดร่วมสนับสนุนเปิดตัวทีมนักแข่งความเร็ว Bendix SRT Racing สำหรับสร้างผลงานในสนามแข่งในปีนี้

นายประพัฒน์ กล่าวว่า สำหรับทีม Bendix SRT Racing ที่บริษัทได้เข้าไปสนับสนุนในฤดูกาลนี้จะมีทั้งการแข่งขันรถยนต์ และประเภทรถจักรยานยนต์ระดับโลกอย่าง SUZUKA 8 HOURS 2020, R2M Thailand SuperBike 2020, PTT BRIC SuperBike Championship 2020 และ FIM ASIA 4 HOURS ENDRUANCE 2020 โดยการแข่งขันรายการแรกคือรายการ“โออาร์ บีอาร์ไอซี ซูเปอร์ไบค์ 2020” ที่เพิ่งผ่านไปเมื่อวันที่ 1-2 สิงหาคม รูปแบบนิว นอร์มอลเรซ ที่ ช้างอินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ซึ่งทีม Bendix SRT Racing เตรียมพร้อมส่งนักแข่งลงสนามภายใต้ TANN RACING CONNECT นำโดยตาล รัชฎา นาคเจริญศรี

“ตาล” รัชฎา นาคเจริญศรี นักแข่งรถจักรยานยนต์ ภายใต้ TANN RACING CONNECT กล่าวว่า ปีนี้ถือเป็นปีแรกที่ได้ร่วมทีมกับ Bendix SRT Racing ซึ่งตนตั้งเป้าไว้ว่าจะต้องคว้ามแชมป์ในรุ่น ST1 มาให้ได้ ซึ่งต้องขับเคี่ยวกับนักแข่งผู้ชายกว่า 30 คน ถือว่าเป็นนักแข่งผู้หญิงเพียงคนเดียวที่เข่าร่วมการแข่งขันในประเภท 1400 cc

รัชฎา กล่าวเพิ่มเติมว่า ในปีนี้มีความพร้อมมาก ซึ่งภายในทีมก็มีความพร้อมมากเช่นกัน นักแข่งแต่ละคนที่ตาลคัดเลือกเข้ามาร่วมทีมตาลเป็นคนเลือกเองทั้ง 3 คน ไม่ว่าจะเป็น “มิกซ์” พีรภัทร์ โชคดำรงสุข เชษฐา นาคเจริญศรี และ “ชีต้าร์” รัตติกาล นักรบ ซึ่งเราได้ซ้อมและเตรียมความพร้อมกันมาเป็นอย่างดีในระหว่างการเก็บตัว

สำหรับผลกระทบจากโควิท 19 นั้น นักแข่งหญิง “ตาล รัชฎา” บอกว่า ช่วงที่มีการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่า 2019 ตนก็ได้เก็บตัวอยู่ที่บ้าน จัดโปรแกรมฝึกซ้อมที่สนามเล็กๆ ที่บ้าน จนถึงเวลาที่สนามแข่งจริงเปิดก็ได้เข้าไปฝึกซ้อมอย่างต่อเนื่องทำให้ตอนนี้ร่างกายฟิตและสมบูรณ์มาก มั่นใจว่ารายการแรกของปีจะทำผลงานได้ดีสมกับที่รอคอยอย่างแนอน และเนื่องจากรายการนี้เป็นการแข่งแบบนิวนอร์มอลเรซ แฟนๆ สามารถรับชมการแข่งขันได้จากการถ่ายทอดสดผ่านทางโทรทัศน์และเว็ปไซต์ของการแข่งขันได้ และขอกำลังใจจากผู้ชมทุกท่านเป็นกำลังใจในการลุ้นแชมป์ปีนี้ด้วย

]]>
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุขเยี่ยมชมบูธบีเอ็มดับเบิลยู ภายในงานมอเตอร์โชว์ 2020 https://www.trjournalnews.com/20531 Fri, 17 Jul 2020 12:19:01 +0000 http://www.trjournalnews.com/?p=20531 รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุขเยี่ยมชมบูธบีเอ็มดับเ […]]]>

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุขเยี่ยมชมบูธบีเอ็มดับเบิลยู ภายในงานมอเตอร์โชว์ 2020 ตรวจตรามาตรการด้านสุขอนามัยอย่างเข้มงวด เสริมความมั่นใจให้ผู้เข้าร่วมงาน

 บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย นำโดย มร. อเล็กซานเดอร์ บารากา ประธาน ต้อนรับ ดร. สาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ระหว่างเข้าเยี่ยมชมบูธจัดแสดงรถยนต์ของบีเอ็มดับเบิลยู ภายในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ 2020 ซึ่งจัดขึ้นเป็นปีที่ 41 ระหว่างวันที่ 15 – 26 กรกฎาคม 2563 ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี โดยภายในพื้นที่บูธ ได้มีการวางมาตรการป้องกันและรักษาสุขอนามัยโดยบีเอ็มดับเบิลยู เพื่อให้มั่นใจว่าบูธจัดแสดงมีความปลอดภัย และสามารถลดความเสี่ยงในการแพร่กระจายเชื้อของโควิด-19

พื้นที่จัดแสดงของบีเอ็มดับเบิลยูมีมาตรการด้านสุขอนามัยครบถ้วนเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้เข้าร่วมงานทุกคน ไม่ว่าจะเป็นการจัดทางเดินให้กว้างขึ้น มีการสแกนไทยชนะ QR code ที่ทางเข้าและทางออกของบูธพร้อมทั้งจัดเตรียมเจลล้างมือแอลกอฮอล์ไว้อำนวยความสะดวก และจัดเตรียมเจ้าหน้าที่ประจำรถที่จอดโชว์บนบูธทุกคัน เพื่อจำกัดการเข้าไปทดลองนั่งในรถได้เพียงครั้งละ 1 ครอบครัวเท่านั้น และในจุดต่างๆที่เป็นเคาน์เตอร์สำหรับลูกค้า มึการติดตั้งแผง partition เพื่อความมั่นใจในความปลอดภัย แม้กระทั่งปากกาที่ลูกค้าจะใช้ในการกรอกเอกสาร จะเป็นปากกาที่ใช้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น นอกจากนี้ทางผู้จัดงานได้ขอความร่วมมือให้ผู้เข้าร่วมงานทุกคนสวมใส่หน้ากากอนามัยภายในพื้นที่ พร้อมจัดทำการฆ่าเชื้อโรคเป็นประจำอย่างเข้มงวด ผู้เยี่ยมชมบูธบีเอ็มดับเบิลยูจึงสามารถเยี่ยมชมพื้นที่จัดแสดงได้อย่างปลอดภัย โดยมีที่ปรึกษาด้านการขายที่สวมหน้ากากอนามัยและหน้ากาก Face Shield พร้อมให้บริการ ขณะที่บริเวณที่นั่งยังมีการเว้นระยะห่างที่มากขึ้นระหว่างแต่ละโต๊ะ ทั้งยังมีการจัดพื้นที่ห้องแสดงรถยนต์ส่วนตัวที่เปิดให้ลูกค้าเข้าชมได้โดยไม่ต้องกังวลถึงความแออัด

นอกจากนี้ บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย ยังเปิดประสบการณ์มอเตอร์โชว์ในรูปแบบดิจิทัลบนแพลตฟอร์ม BMW Virtual Motor Show 2020 ผ่านทางเว็บไซต์ https://virtualmotorshow.bmw.co.th/ ควบคู่ไปกับการจัดแสดงรถยนต์ภายในงาน จึงช่วยให้ลูกค้าสามารถสัมผัสกับรถยนต์และข้อเสนอพิเศษสุดภายในบูธได้อย่างครบครัน สะดวกสบาย และปลอดภัยจากที่บ้าน

 

]]>
BMW ชวนสัมผัส BMW Virtual Motor Show 2020 ได้จากที่บ้าน กับไฮไลท์รถยนต์และบริการ แบบดิจิทัล https://www.trjournalnews.com/20425 Wed, 15 Jul 2020 08:37:56 +0000 http://www.trjournalnews.com/?p=20425 ครั้งแรกของการนำทัพรถยนต์ให้ได้เยี่ยมชมกันถึงบ้านกับ BM […]]]>

ครั้งแรกของการนำทัพรถยนต์ให้ได้เยี่ยมชมกันถึงบ้านกับ BMW Virtual Motor Show 2020 ผ่านทางเว็บไซต์ https://virtualmotorshow.bmw.co.th/ กับการเข้าเยี่ยมชมบูธบีเอ็มดับเบิลยูรูปแบบใหม่ ในประสบการณ์แบบดิจิทัล ภายในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ 2020 ที่บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย ขนทัพรถยนต์หลากหลายรุ่นให้ทุกคนได้เยี่ยมชมอย่างสะดวกสบายและปลอดภัย ไม่ว่าจะอยู่ ที่ไหนและเมื่อไร

ภายในเว็บไซต์ของ BMW Virtual Motor Show 2020 ลูกค้าจะได้พบกับบรรยากาศเสมือนจริงของบูธ บีเอ็มดับเบิลยูภายในงานมอเตอร์โชว์ 2020 ครอบคลุมทุกพื้นที่อย่างเต็มอรรถรสครบทุกโซน โดยสามารถเยี่ยมชมรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูที่จัดแสดงในงานพร้อมเจาะลึกทุกรายละเอียดได้ทุกรุ่น ทั้งฟีเจอร์ไฮไลท์ รวมถึงการตกแต่งภายนอกและภายใน ผ่านวิดีโอรีวิวรอบคันรถแบบ 360 องศา โดยมีผู้เชี่ยวชาญด้านผลิตภัณฑ์จากบีเอ็มดับเบิลยูพร้อมให้ความช่วยเหลือและไขทุกข้อสงสัยแบบเรียลไทม์ สำหรับลูกค้าที่สนใจสั่งจองรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู พร้อมคำแนะนำด้านชุดแต่งภายนอกและภายใน รวมทั้งอุปกรณ์เสริมต่างๆ ยังสามารถสอบถามรายละเอียด ราคา และโปรโมชั่นต่าง ๆ ผ่านการพูดคุยโต้ตอบกับพนักงานขายของบีเอ็มเบิลยูและผู้เชี่ยวชาญด้านอุปกรณ์ตกแต่งได้ทันทีด้วยระบบ VDO Call หรือข้อความแชท ทั้งยังสามารถสั่งซื้อรถยนต์ด้วยตัวเองโดยตรงผ่านช่องทางออนไลน์ได้อีกด้วย โดยลูกค้าจะได้รับสิทธิประโยชน์หลากหลายเช่นเดียวกันกับข้อเสนอภายในงานมอเตอร์โชว์ 2020 รวมถึงโปรแกรมบำรุงรักษา BSI ที่ขยายระยะเวลาบริการนานถึง 6 ปี/ 120,000 กม. เพิ่มความอุ่นใจในการดูแลรถยนต์และเติมเต็มที่สุดแห่งสุนทรียะแห่งการขับขี่ พร้อมข้อเสนอสุดพิเศษอื่น ๆ อีกมากมาย

BMW Virtual Motor Show 2020 จัดขึ้นพร้อม ๆ กับการจัดแสดงรถยนต์ ณ บูธบีเอ็มดับเบิลยู ภายในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ 2020 โดยลูกค้าสามารถเข้าแวะชมประสบการณ์มอเตอร์โชว์เสมือนนี้ได้ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 26 กรกฎาคม 2563 ทาง https://virtualmotorshow.bmw.co.th/

]]>
บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ประเทศไทย เปิดตัวมอเตอร์ไซค์ใหม่ พร้อมยกทัพบิ๊กไบค์เอาใจนักบิดไทยในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 41 https://www.trjournalnews.com/20416 Tue, 14 Jul 2020 07:41:24 +0000 http://www.trjournalnews.com/?p=20416 บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ประเทศไทย เปิดตัวมอเตอร์ไซค์ […]]]>

บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ประเทศไทย เปิดตัวมอเตอร์ไซค์ใหม่ในตระกูลไดนามิก โรดสเตอร์และแอดเวนเจอร์ สปอร์ต พร้อมยกทัพบิ๊กไบค์หลากรุ่นเอาใจนักบิดไทยในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 41

ไฮไลท์รถมอเตอร์ไซค์บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด

  • บีเอ็มดับเบิลยู F 900 R
  • บีเอ็มดับเบิลยู F 900 XR
  • บีเอ็มดับเบิลยู S 1000 RR ในสีใหม่ Hockenheim Silver Metallic

บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ประเทศไทย นำความเร้าใจสู่นักบิดไทยอีกครั้ง เปิดตัวมอเตอร์ไซค์ใหม่ในตระกูลไดนามิก โรดสเตอร์และแอดเวนเจอร์ สปอร์ต ได้แก่ บีเอ็มดับเบิลยู F 900 R และบีเอ็มดับเบิลยู F 900 XR พร้อมเผยโฉมบีเอ็มดับเบิลยู S 1000 RR ในสีใหม่ Hockenheim Silver Metallic และนำทัพมอเตอร์ไซค์หลากรุ่นมาจัดแสดงในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 41 ซึ่งจะจัดขึ้น ณ ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1-3 อิมแพค เมืองทองธานี ตั้งแต่วันที่ 15 – 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2563

บีเอ็มดับเบิลยู F 900 R และบีเอ็มดับเบิลยู F 900 XR เป็นมอเตอร์ไซค์ขนาดมิดไซส์สองรุ่นใหม่ล่าสุดจากบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด โดยบีเอ็มดับเบิลยู F 900 R มอบความสนุกสนานจากการขับขี่สไตล์สปอร์ตและสมรรถนะสุดปราดเปรียว เปี่ยมด้วยเอกลักษณ์ของมอเตอร์ไซค์สไตล์ไดนามิก โรดสเตอร์ที่เหมาะสำหรับ การขับขี่ในชีวิตประจำวัน ทั้งในด้านการใช้งานและท่วงท่าในการขับขี่ ขณะที่บีเอ็มดับเบิลยู F 900 XR ซึ่งเป็นสมาชิกใหม่ในตระกูลแอดเวนเจอร์ สปอร์ต ก็ได้ผสานประสิทธิภาพในการขับขี่ระยะไกลแบบทัวริ่งและดีไซน์อันทรงพลังเข้าไว้ได้อย่างลงตัว ส่วนโรดสเตอร์ระดับตำนาน บีเอ็มดับเบิลยู S 1000 RR กลับมาอีกครั้งในสีใหม่ Hockenheim Silver Metallic มอบลุคสปอร์ตอันเป็นเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใครได้ในทุกเส้นทาง

มร. มิเกล ญาเบรส-โปห์ล ผู้อำนวยการ บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ประเทศไทย กล่าวว่า “ตั้งแต่ต้นปี 2563 เป็นต้นมา เราต่างต้องรับมือกับความท้าทายมากมาย แต่เรายังคงรักษาระดับยอดขายของบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราดได้อย่างต่อเนื่อง และยังคงเล็งเห็นศักยภาพการเติบโตในตลาดบิ๊กไบค์ไทย ซึ่งแน่นอนว่าเราต้องมีการปรับตัวเพื่อให้สอดคล้องกับวิถีใหม่ของผู้บริโภค เราจึงเน้นย้ำถึงการมอบผลิตภัณฑ์และบริการที่มีความยืดหยุ่นอย่างรอบด้านให้แก่ลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นการแนะนำมอเตอร์ไซค์รุ่นใหม่และข้อเสนออีกมากมาย รวมถึงการปฏิบัติตามมาตรการด้านสุขอนามัยอย่างเคร่งครัด เพื่อสร้างความอุ่นใจให้แก่ลูกค้าที่เข้ามาเยี่ยมชมบูธจัดแสดงของบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราดในงานมอเตอร์โชว์ 2020 ซึ่งแม้จะต้องปรับตัวกับวิถีใหม่เช่นนี้ แต่เรายังคงสานต่อความมุ่งมั่นในการนำเสนอความสนุกสนานในการขับขี่สไตล์บีเอ็มดับเบิลยูได้อย่างต่อเนื่อง ด้วยการเปิดตัวมอเตอร์ไซค์โรดสเตอร์ใหม่ บีเอ็มดับเบิลยู F 900 R และบีเอ็มดับเบิลยู F 900 XR เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ใหม่ที่ทั้งคล่องตัวและปราดเปรียวให้นักบิดไทยได้สัมผัส ตอบโจทย์ทั้งในด้านความสุนทรีย์และะการใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างสมบูรณ์แบบ”

บีเอ็มดับเบิลยู F 900 R ใหม่

ราคาจำหน่าย: 495,000 บาท สำหรับสี Black Storm Metallic (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)

520,000 บาท สำหรับสี Hockenheim Silver Metallic / Racing Red
(Sport Style) (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)

525,000 บาท สำหรับสี San Marino Blue Metallic (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)

บีเอ็มดับเบิลยู F 900 XR ใหม่

ราคาจำหน่าย: 535,000 บาท สำหรับสี Light White (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)

550,000 บาท สำหรับสี Racing Red (Sport Style) (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)

550,000 บาท สำหรับสี Galvanic Gold Metallic (Exclusive Style)
(รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)

บีเอ็มดับเบิลยู 900 ใหม่ ได้รับการออกแบบมาเพื่อมอบอิสระในการขับขี่และตอบโจทย์การใช้งานที่หลากหลายในไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ จึงเหมาะสำหรับการขับขี่ในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าสำหรับนักบิดสายสปอร์ตมากประสบการณ์หรือนักบิดมือใหม่

ส่วนบีเอ็มดับเบิลยู F 900 XR ใหม่ นับเป็นที่สุดของมอเตอร์ไซค์ในตระกูลแอดเวนเจอร์ สปอร์ตอย่างแท้จริง ด้วยสมรรถนะโฉบเฉี่ยว ตำแหน่งการขับขี่ี่แบบนั่งตรงสไตล์ GS ความสะดวกสบายในการขับขี่ระยะไกล ทั้งสำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสาร และรูปลักษณ์ที่สื่อถึงความทรงพลัง เปี่ยมด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัว นอกจากนี้ ความโดดเด่นของบีเอ็มดับเบิลยู F 900 XR ยังอยู่ที่การสืบทอดดีไซน์และคอนเซปต์ของมอเตอร์ไซค์ในตระกูล XR ที่ผสานความสปอร์ตและสมรรถนะแบบทัวริ่งเข้าไว้ได้อย่างลงตัว ทั้งยังมาพร้อมเทคโนโลยีในการขับขี่ที่ล้ำสมัย ไม่ว่าจะเป็นระบบไฟหน้า LED ที่ปรับองศาตามการเลี้ยวโค้ง (Adaptive Cornering Light) และระบบ Keyless Ride ซึ่งล้วนเป็นคุณสมบัติที่ไม่เคยมีมาก่อนในมอเตอร์ไซค์ระดับกลาง

ทั้งบีเอ็มดับเบิลยู F 900 R และ F 900 XR ใหม่ ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์สองสูบแถวเรียงที่ได้รับการพัฒนาให้มีความทรงพลังยิ่งขึ้น หลังจากที่เปิดตัวไปพร้อมบีเอ็มดับเบิลยู F 850 GS ในปี 2561 มอบพละกำลัง 73 กิโลวัตต์ (99 แรงม้า) แรงบิด 88 นิวตันเมตรที่ 6,750 รอบต่อนาที โดดเด่นด้วยขนาดของเครื่องยนต์ที่เพิ่มขึ้นเป็น 895 ซีซี จาก 853 ซีซี พร้อมองศาการจุดระเบิดที่ 270/450 องศา และระบบเก็บเสียงแบบใหม่ มอบเสียงทรงพลังและเร้าใจยิ่งขึ้น ทั้งยังมาพร้อมระบบคลัทช์แบบ anti-hopping และระบบป้องกันการลื่นไถลของล้อหลัง (MSR) จากการชะลอตัวหรือลดเกียร์ เพื่อมอบความปลอดภัยยิ่งขึ้นให้แก่ผู้ขับขี่

บีเอ็มดับเบิลยู F 900 R และ F 900 XR ใหม่ สร้างความสนุกสนานในการขับขี่ด้วยโหมดการขับขี่ ‘Rain’ และ ‘Road’ รวมทั้ง Riding Modes Pro เพื่อยกระดับความสปอร์ตให้เร้าใจยิ่งขึ้น เสริมความปลอดภัยด้วยระบบเบรก ABS Pro และระบบ ASC (Automatic Stability Control) ซึ่งสามารถเลือกเปิดหรือปิดได้ตามต้องการ พร้อมระบบ Dynamic Traction Control (DTC) ระบบ Dynamic Brake Control (DBC) และระบบ Dynamic ESA

เช่นเดียวกับมอเตอร์ไซค์ GS ในตระกูล F-Series รุ่นอื่น ๆ บีเอ็มดับเบิลยู F 900 R และ F 900 XR มาในโครงสร้างเฟรมเหล็กกล้าที่เสริมความแข็งแกร่งให้แก่เครื่องยนต์และถังน้ำมันซึ่งติดตั้งอยู่ด้านหน้าคนขับเช่นเคย การควบคุมล้อหน้าตอบสนองได้อย่างฉับไวด้วยโช้คแบบเทเลสโคปิก ส่วนล้อหลังควบคุมด้วยสวิงอาร์มคู่อะลูมิเนียมพร้อมระบบกันสะเทือนแบบ Central Suspension strut

บีเอ็มดับเบิลยู F 900 XR มาพร้อมถังน้ำมันขนาด 15.5 ลิตร ส่วนบีเอ็มดับเบิลยู F 900 R มาพร้อมถังน้ำมันขนาด 13 ลิตร โดยถังน้ำมันของทั้งสองรุ่นมีน้ำหนักเบาและผ่านกระบวนการเชื่อมด้วยพลาสติกที่นำมาใช้ในการผลิตมอเตอร์ไซค์เป็นครั้งแรก ขณะที่โครงสร้างการยึดเหล็กกล้าส่วนท้ายรถก็ได้รับการออกแบบมา ให้ใช้งานเป็นครั้งแรกในมอเตอร์ไซค์ทั้งสองรุ่นนี้เช่นกัน จึงทำให้ส่วนท้ายรถมีรูปลักษณ์ที่เพรียวและสั้นยิ่งขึ้น โดยบีเอ็มดับเบิลยู F 900 R ซึ่งเป็นโรดสเตอร์ที่ออกแบบมาสำหรับการขับขี่แบบสปอร์ตโดยเฉพาะ จะมีระยะสปริงที่สั้นกว่าบีเอ็มดับเบิลยู F 900 XR ที่เน้นการขับขี่ที่นุ่มสบายและหลากหลายกว่าในสไตล์แบบทัวริ่ง ระบบไฟหน้า LED ที่ปรับองศาตามการเลี้ยวโค้ง (Adaptive Cornering Light) พร้อมระบบ Headlight Pro นอกจากจะสร้างความปลอดภัยให้แก่ผู้ขับขี่ยิ่งขึ้นแล้ว ยังนับว่าเป็นฟีเจอร์ที่โดดเด่นในมอเตอร์ไซค์ขนาดมิดไซส์ ทำให้การขับขี่เวลากลางคืนมีความอุ่นใจยิ่งขึ้นด้วยไฟหน้าส่องสว่างตามการเลี้ยวโค้ง และหลอดไฟ LED ที่ได้รับการติดตั้งมาเป็นอุปกรณ์มาตรฐานสำหรับมอเตอร์ไซค์ในตระกูล F-Series ทุกรุ่น

สำหรับบีเอ็มดับเบิลยู 900 R มาพร้อมตำแหน่งเบาะนั่งที่ตอกย้ำถึงความเป็นโรดสเตอร์สปอร์ตปราดเปรียว รูปลักษณ์ด้านหน้าที่คมชัด ดีไซน์รูปทรงไฟหน้าดุดัน และการออกแบบส่วนท้ายรถที่สั้นและโฉบเฉี่ยว ล้วนสื่อถึงสมรรถนะความสปอร์ตอันทรงพลังอย่างแท้จริง 

ขณะที่บีเอ็มดับเบิลยู F 900 XR มาพร้อมตำแหน่งที่นั่งซึ่งมอบทั้งความสปอร์ตและความสบายสำหรับการขับขี่แบบทัวริ่งเพื่อเสริมประสิทธิภาพในการขับขี่ระยะไกล ชุดแฟริ่งด้านหน้าที่มาพร้อมกระจกกันลมปรับระดับได้มอบทั้งลุคสปอร์ตและการป้องกันให้แก่ผู้ขับขี่ นอกจากนี้ ทั้งบีเอ็มดับเบิลยู F 900 R และบีเอ็มดับเบิลยู F 900 XR ยังมีหน้าจอ TFT สีขนาด 6.5 นิ้วและระบบเชื่อมต่อ BMW ConnectedRide เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน

บีเอ็มดับเบิลยู F 900 R โดดเด่นในสามสีสามสไตล์ ในสี Black Storm Metallic สี San Marino Blue Metallic และสี Hockenheim Silver Metallic/Racing Red (Style Sport) ส่วนบีเอ็มดับเบิลยู F 900 XR มาให้เลือกในสามสไตล์เช่นกัน ในสี Light White สี Racing Red (Style Sport) และสี Galvanic Gold Metallic
(Style Exclusive)

บีเอ็มดับเบิลยู S 1000 RR ราคาจำหน่าย: 910,000 บาท สำหรับสี Hockenheim Silver Metallic  (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)

890,000 บาท สำหรับสี Racing Red (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)

บีเอ็มดับเบิลยู S 1000 RR เจเนอเรชั่นที่สาม ได้รับการพัฒนาในด้านสมรรถนะอย่างรอบด้าน สามารถทำความเร็วในสนามเอาชนะรุ่นก่อนหน้าได้ถึง 1 วินาที ทั้งยังมาพร้อมกับการออกแบบรูปโฉมและระบบต่าง ๆ ที่คำนึงถึงการใช้งานที่สะดวกสบายของผู้ขับขี่มากยิ่งขึ้น เพื่อประสิทธิภาพในการควบคุมและการขับขี่สูงสุด ทั้งในชีวิตประจำวัน บนเส้นทางคดเคี้ยว หรือแม้กระทั่งบนสนามแข่ง โดยหลังจากที่เปิดตัวรุ่นใหม่ล่าสุดในประเทศไทยไปเมื่อปี 2562 มอเตอร์ไซค์ซูเปอร์สปอร์ตระดับตำนานรุ่นนี้จะกลับมาสร้างความเร้าใจอีกครั้งในสีใหม่ Hockenheim Silver Metallic

ด้วยเครื่องยนต์ 4 สูบและเทคโนโลยี BMW ShiftCam สมรรถนะโดยรวมของบีเอ็มดับเบิลยู S 1000 RR ใหม่ จึงได้รับการยกระดับขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ซึ่ง BMW ShiftCam มีส่วนสำคัญในการเสริมความสมดุลของเพลาลูกเบี้ยวและจังหวะการทำงานของเครื่องยนต์ เสริมด้วยระบบส่งน้ำมันเชื้อเพลิงและระบบท่อไอเสียที่ได้รับ
การปรับปรุงให้มีน้ำหนักเบาลงถึง 1.3 กิโลกรัม นอกจากนี้ เครื่องยนต์ 4 สูบ 4 จังหวะ ขนาด 999 ซีซี ระบายความร้อนด้วยน้ำและน้ำมัน ยังส่งพละกำลังเพิ่มขึ้น 6 กิโลวัตต์ (8 แรงม้า) เป็น 152 กิโลวัตต์ (207 แรงม้า) ที่ 13,500 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 113 นิวตันเมตร ที่ 11,000 รอบต่อนาทีช่วยเสริมประสิทธิภาพในการขับขี่และการเร่งขณะขับขี่ที่ความเร็วต่าง ๆ ได้ดียิ่งขึ้น และที่สำคัญ บีเอ็มดับเบิลยู S 1000 RR ใหม่ ยังมีน้ำหนักเบาลงถึง 11 กิโลกรัม ลงจาก 208 กิโลกรัมในรุ่นก่อนหน้ามาอยู่ที่ 197 กิโลกรัม

บีเอ็มดับเบิลยู S 1000 RR ใหม่ ยังมาพร้อมกับน้ำหนักที่เบาลง และการออกแบบตัวรถให้ส่วนโครงสร้างรอบ ๆ เครื่องยนต์ช่วยรับน้ำหนักของชิ้นส่วนอื่น ๆ มากขึ้น ดังนั้น เฟรมของรถจึงได้รับการออกแบบใหม่ให้เหมาะสมกับสรีระของผู้ขับขี่มากขึ้น และยังช่วยถ่ายโอนแรงกดจากน้ำหนักให้ส่งตรงไปที่โครงสร้างรอบเครื่องยนต์ในระยะทางที่สั้นที่สุด ส่วนการเคลื่อนที่ของรถมีความคล่องตัวยิ่งขึ้นจากการผสานประสิทธิภาพระหว่างมิติรถ การกระจายน้ำหนักระหว่างล้อ และความสามารถในการรับน้ำหนักที่ได้รับการพัฒนาให้ดียิ่งขึ้น ชุด Full Floater Pro ที่ช่วยเสริมการเคลื่อนที่ในล้อหลังยังเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของระบบช่วงล่าง ซึ่งด้วยการพัฒนาทั้งหมดนี้ ทำให้บีเอ็มดับเบิลยู S 1000 RR ใหม่ สามารถนำเสนอการควบคุมรถและการยึดเกาะถนนที่แม่นยำยิ่งขึ้นในทุกสภาวะการขับขี่

บีเอ็มดับเบิลยู S 1000 RR ใหม่ ยังสามารถรองรับสไตล์การขับขี่ที่หลากหลาย ทั้ง 4 รูปแบบการขับขี่พื้นฐาน ได้แก่ “Rain”, “Road”, “Dynamic” และ “Race” อีกทั้งยังมาพร้อมโหมดการขับขี่แบบโปร ให้ผู้ขับขี่สามารถปรับเปลี่ยนการควบคุมต่าง ๆ ให้ตรงกับรูปแบบการขับขี่เฉพาะตัว ทำงานร่วมกับระบบเบรก ABS Pro ระบบ Dynamic Traction Control อัตราเร่ง และการหน่วงกำลังเครื่องยนต์ ที่ปรับเปลี่ยนตามทักษะและรูปแบบในการขับขี่ นอกจากนี้ ระบบ Dynamic Damping Control (DDC) ยังได้รับการพัฒนาเฉพาะสำหรับบีเอ็มดับเบิลยู S 1000 RR ใหม่ ปรับค่าการสั่นสะเทือนให้เหมาะสมตามสภาพถนน แผงหน้าปัดของบีเอ็มดับเบิลยู S 1000 RR ได้รับการออกแบบใหม่ให้เหมาะสมกับสไตล์ซูเปอร์สปอร์ตมากยิ่งขึ้น โดยเพิ่มการแสดงผลต่าง ๆ มากยิ่งขึ้น และยังมาพร้อมจอแสดงผล TFT ขนาด 6.5 นิ้ว ง่ายต่อการอ่านค่าในทุกสภาพแสง โดยผู้ขับขี่สามารถเลือกรูปแบบการแสดงผลได้ 2 รูปแบบด้วยกัน ได้แก่ Pure Ride ซึ่งเน้นการแสดงผลการขับขี่ที่สำคัญ และ Core Ride ที่สามารถเลือกการแสดงผลค่าต่าง ๆ ได้อีก 3 รูปแบบ เพื่อให้ผู้ขับขี่เลือกการแสดงผลที่เหมาะกับสไตล์การขับขี่ที่หลากหลายได้ตามความต้องการ

บีเอ็มดับเบิลยู S 1000 RR ยังมาพร้อมเฟรมตัวถังแบบใหม่ Flex Frame ที่ใช้พื้นที่บริเวณถังน้ำมันและเบาะนั่งน้อยลง จึงเพิ่มพื้นที่สำหรับการรองรับน้ำหนักและที่รองเข่ามากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ จุดสัมผัสระหว่างผู้ขับขี่และตัวรถยังได้รับการออกแบบใหม่ให้สอดรับกับองศาระหว่างผู้ขับขี่ มือจับทั้งสองข้าง เบาะนั่ง และที่พักเท้า เพื่อให้ผู้ขับขี่อยู่ในท่วงท่าที่สบายที่สุดตามหลักการยศาสตร์ ไฟหน้า LED ตอกย้ำถึงความโฉบเฉี่ยวและความดุดันของบีเอ็มดับเบิลยู S 1000 RR ดีไซน์ตัวถังใหม่สร้างความโดดเด่นสะดุดตาจากรุ่นก่อนหน้าอย่างชัดเจน โดยมาในสีใหม่ล่าสุด Hockenheim Silver Metallic เพิ่มเติมจากสีแดง Racing Red

ข้อเสนอพิเศษในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 41: 3ASY RIDE

ลูกค้าที่จองมอเตอร์ไซค์บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราดรุ่นที่กำหนดด้วยการผ่อนชำระ และมีกำหนดส่งมอบตั้งแต่วันนี้ถึง 31 กรกฎาคม 2563 จะได้รับฟรี โปรแกรมบำรุงรักษา BMW Motorrad Service Inclusive ระยะเวลา 3 ปี* และการรับประกัน 3 ปี พร้อมข้อเสนอพิเศษอีกมากมาย ข้อเสนอพิเศษสำหรับมอเตอร์ไซค์รุ่นต่าง ๆ ได้แก่:

  1. บีเอ็มดับเบิลยู G 310 R / G 310 GS ผ่อนชำระรายเดือนเริ่มต้นที่ 3,XXX บาท พร้อมเว้นผ่อนชำระนาน 3 เดือน
  2. บีเอ็มดับเบิลยู C 400 X / C 400 GT ผ่อนชำระรายเดือนเริ่มต้นที่ 5,XXX บาท
  3. บีเอ็มดับเบิลยู F 750 GS / F 850 GS ผ่อนชำระรายเดือนเริ่มต้นที่ 7,XXX บาท พร้อมเว้นผ่อนชำระนาน 3 เดือน
  4. บีเอ็มดับเบิลยู F 850 GSA ผ่อนชำระรายเดือนเริ่มต้นที่ 10,XXX บาท
  5. บีเอ็มดับเบิลยู R 1250 GS / R 1250 GSA ผ่อนชำระรายเดือนเริ่มต้นที่ 17,XXX บาท
  6. บีเอ็มดับเบิลยู R 1200 GS / R 1200 GSA ผ่อนชำระรายเดือนเริ่มต้นที่ 15,XXX บาท พร้อมเว้นผ่อนชำระนาน 8 เดือน
  7. บีเอ็มดับเบิลยู S 1000 R / S 1000 XR ผ่อนชำระรายเดือนเริ่มต้นที่ 10,XXX บาท พร้อมเว้นผ่อนชำระนาน 3 เดือน
  8. บีเอ็มดับเบิลยู R nineT Pure ผ่อนชำระรายเดือนเริ่มต้นที่ 13,XXX บาท พร้อมเว้นผ่อนชำระนาน 2 เดือน
  9. บีเอ็มดับเบิลยู R nineT Racer / R nineT Scrambler / R nineT Urban G/S / R nineT ผ่อนชำระรายเดือนเริ่มต้นที่ 15,XXX บาท พร้อมเว้นผ่อนชำระนาน 1 เดือน
  10. บีเอ็มดับเบิลยู K 1600 Grand America ผ่อนชำระรายเดือนเริ่มต้นที่ 26,XXX บาท พร้อมเว้นผ่อนชำระนาน 1 เดือน
]]>
บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย เปิดตัว X3 xDrive30e M Sport ใหม่ เสริมทัพยานยนต์ซีรีส์ X พร้อมเข้าชมงานด้วยตนเองหรือผ่านช่องทางดิจิทัล https://www.trjournalnews.com/20358 Mon, 13 Jul 2020 05:44:18 +0000 http://www.trjournalnews.com/?p=20358 บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย สานต่อเป้าหมายในการก้าว […]]]>

บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย สานต่อเป้าหมายในการก้าวสู่อนาคตแห่งโลกยานยนต์ ด้วยทัพรถยนต์ใหม่จากบีเอ็มดับเบิลยูและมินิในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ 2020 ซึ่งจัดขึ้นเป็นปีที่ 41 นอกจากรถยนต์รุ่นใหม่และข้อเสนอสุดพิเศษแล้ว ลูกค้ายังจะได้สัมผัสอีกระดับของประสบการณ์มอเตอร์โชว์ ทั้งพื้นที่จัดแสดงที่มีมาตรการด้านสุขอนามัยครบถ้วน และประสบการณ์แบบดิจิทัลที่ครบทุกมุมมองและโต้ตอบได้ ให้ทุกคนได้สัมผัสอย่างสะดวกสบายและปลอดภัยจากที่บ้าน

มร. อเล็กซานเดอร์ บารากา ประธาน บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย กล่าวว่า “ปี 2563 นับว่าเป็นปีแห่งความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่สำหรับทุกคน เราคงไม่อาจปฏิเสธได้ว่าสถานการณ์ในปีนี้ได้สร้างผลกระทบอย่างใหญ่หลวงให้กับทุกแง่มุมของชีวิต รวมไปถึงทุกภาคอุตสาหกรรม แต่ในขณะเดียวกัน เหตุการณ์นี้ก็ได้ผลักดันเราให้ก้าวเข้าสู่ช่วงเวลาแห่งการเร่งปรับตัวและสรรสร้างนวัตกรรม เรายังคงมุ่งมั่นที่จะมอบที่สุดของความสุนทรีย์ในการขับขี่ เทคโนโลยีใหม่ล่าสุด และอิสรภาพจากทางเลือก ให้กับลูกค้าของเราไม่ว่าจะที่ไหนหรือในสถานการณ์ใดก็ตาม อย่างที่เห็นได้จากประสบการณ์มอเตอร์โชว์ในปีนี้ ที่ลูกค้าสามารถเข้าร่วมได้ด้วยตนเองภายในงานและแบบดิจิทัลไปพร้อมๆ กัน

“ด้วยรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู X3 xDrive30e M Sport ใหม่ เราพร้อมนำเสนออีกหนึ่งยานยนต์ไฟฟ้าในระบบปลั๊กอินไฮบริดที่ประกอบขึ้นในประเทศ และพร้อมตอบโจทย์การขับขี่แบบรอบด้านสำหรับนักขับที่รักการผจญภัย ด้วยการใช้พลังงานที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น พร้อมมอบทางเลือกในการขับขี่แบบปราศจากมลภาวะ โดยยังคงทุกเอกลักษณ์ของรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู X3 ไว้อย่างครบถ้วน ไม่ว่าบนท้องถนนหรือเส้นทางออฟโรด ทั้งนี้ บีเอ็มดับเบิลยู X3 xDrive30e M Sport ใหม่ นับเป็นการต่อยอดความสำเร็จของรถยนต์ Sports Activity Vehicle (SAV) รุ่นบุกเบิกอย่าง BMW X5 ที่ปัจจุบันมีให้เลือกทั้งในรุ่นปลั๊กอินไฮบริดและดีเซล สำหรับแฟนๆ มินิ เราได้พารถยนต์รุ่นโปรดอย่าง มินิ แฮทช์ และ มินิ คอนเวิร์ตทิเบิล มาอวดโฉมในสไตล์สุดพิเศษกับ มินิ Rosewood Edition ที่สวยสะดุดตาด้วยสีพิเศษในโทนอุ่น และมินิ คอนเวิร์ตทิเบิล Sidewalk Edition ที่มาพร้อมกับความเท่ในสีโทนเย็น”

 

เสริมอิสรภาพจากทางเลือกขึ้นอีกขั้น ด้วยประสบการณ์การเข้าชมงานด้วยตนเองหรือผ่านช่องทางดิจิทัล

ด้วยสถานการณ์ในปัจจุบัน บรรดาผู้จัดแสดงรถยนต์ภายในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ได้จัดทำมาตรการตามความเหมาะสมเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้เข้าร่วมงานทุกคน ไม่ว่าจะเป็นการจัดทางเดินให้กว้างขึ้น การขอความร่วมมือให้ผู้เข้าร่วมงานทุกคนสวมใส่หน้ากากอนามัยภายในพื้นที่ พร้อมจัดทำการฆ่าเชื้อโรคเป็นประจำอย่างเข้มงวด

ภายในบูธจัดแสดงของบีเอ็มดับเบิลยู มินิ และบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ลูกค้าสามารถแวะชมพื้นที่จัดแสดงได้อย่างปลอดภัย โดยมีที่ปรึกษาด้านการขายที่สวมหน้ากากอนามัยและหน้ากาก Face shield พร้อมให้บริการ ในขณะที่บริเวณที่นั่งยังมีการเว้นระยะห่างที่มากขึ้นระหว่างแต่ละโต๊ะ และมีห้องแสดงรถยนต์ส่วนตัวได้โดยไม่ต้องกังวลถึงความแออัดแต่อย่างใด

“สำหรับลูกค้าที่เลือกเข้าร่วมชมงานมอเตอร์โชว์ 2020 อย่างสะดวกสบายและปลอดภัยจากบ้าน สามารถเยี่ยมชมบูธของเราผ่านแพลตฟอร์ม BMW Virtual Motor Show 2020 ได้เช่นกัน ประสบการณ์ดิจิทัลครั้งนี้ครอบคลุมทุกพื้นที่ในบูธของเรา โดยมีทั้งการพาทัวร์บูธอย่างทั่วถึงทุกมุม รายละเอียดเจาะลึกของแต่ละรุ่นรถยนต์ที่นำมาจัดแสดง ทั้งยังสามารถสนทนาโต้ตอบกับผู้เชี่ยวชาญด้านผลิตภัณฑ์จากบีเอ็มดับเบิลยูและพนักงานขายได้ ผ่านระบบ VDO Call หรือข้อความแชท เพื่อสั่งจองซื้อรถยนต์ได้โดยตรงจากบ้านอีกด้วย” มร. บารากา เสริม

 พร้อมให้คุณอุ่นใจยิ่งกว่าเคย กับการเป็นเจ้าของรถยนต์ในเครือบีเอ็มดับเบิลยู

ในฐานะส่วนหนึ่งของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป บีเอ็มดับเบิลยู ไฟแนนเชียลเซอร์วิส ประเทศไทย มุ่งมั่นตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมและการให้บริการระดับพรีเมียม พร้อมยกระดับบริการทางการเงินขึ้นอีกขั้น ภายในงานมอเตอร์โชว์ 2020 ลูกค้าจะได้เพลิดเพลินกับนวัตกรรมยานยนต์จากบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ด้วยรถยนต์หลากหลายรุ่นและข้อเสนออีกมากมาย เริ่มจากข้อเสนอฟรีประกันภัยชั้นหนึ่งสูงสุด 3 ปี เมื่อเป็นเจ้าของรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูรุ่นปลั๊กอินไฮบริดทุกรุ่น ด้วยสินเชื่อแบบมีบอลลูน (Hire Purchase with Balloon) หรือการเช่าซื้อทางการเงิน (Financial Lease)

นอกจากนี้ ลูกค้าจะได้รับความคุ้มครองเหนือระดับ โดยพันธมิตรบริษัทประกันภัยชั้นนำที่พร้อมมอบความคุ้มครองให้กับทั้งลูกค้าและรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู ภายใต้ชื่อ BMW Exclusive Protect ประกอบด้วย 3 แผนประกันความคุ้มครอง ดังนี้ BMW Protect ประกันภัยรถยนต์ชั้นหนึ่ง มอบความคุ้มครองที่มากกว่าในกรณีเกิดความเสียหายจากอุบัติเหตุ ครอบคลุมทั้งบริการระดับพรีเมียมและการันตีอะไหล่แท้จากบีเอ็มดับเบิลยู รวมถึงคุ้มครองความเสียหายและการบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ ไฟไหม้ โจรกรรม และกรณีอื่น ๆ โดยพร้อมให้บริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง

BMW Payment Protect เสริมความอุ่นใจให้กับแผนประกันคุ้มครองสินเชื่อรถยนต์ ด้วยความคุ้มครองภาระหนี้สินคงเหลือในกรณีการเสียชีวิตและทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง พร้อมมอบความคุ้มครองหากได้รับอุบัติเหตุหรือเจ็บป่วยจนไม่สามารถทำงานได้ตามปกติด้วยค่างวดรายเดือนนานสูงสุดถึง 6 เดือน

และแผนประกันความคุ้มครองใหม่ล่าสุด BMW Extended Protect ที่ยกระดับความอุ่นใจสูงสุดด้วยทางเลือกในการขยายระยะเวลารับประกันคุณภาพรถยนต์นานสูงสุด 3 ปี หรือ 200,000 กิโลเมตร ครอบคลุมการเคลมค่าใช้จ่ายได้สูงสุดถึงจำนวนเงินเอาประกันหลังหมดระยะเวลารับประกันของรถยนต์ มาพร้อมบริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งยังไม่จำกัดจำนวนครั้งของการเคลม ครอบคลุมครบทั้งชิ้นส่วนที่บกพร่องทางกลไกและระบบไฟฟ้า ทั้งยังสามารถโอนกรรมสิทธิ์ไปยังบุคคลอื่นได้ในกรณีที่ขายรถยนต์ต่อในอนาคต ผู้ขับขี่จึงสบายใจได้ด้วยประกันคุณภาพรถยนต์ที่มอบความคุ้มครองอย่างหลากหลายและยาวนานยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ เจ้าของรถยนต์มินิและมอเตอร์ไซค์บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ยังสามารถอุ่นใจกับข้อเสนอดังกล่าวข้างต้นซึ่งดำเนินการโดยบริษัทประกันภัยที่ได้รับอนุญาต บีเอ็มดับเบิลยู ไฟแนนเชียลเซอร์วิส ประเทศไทย ยังมอบข้อเสนอสุดพิเศษด้วยโปรแกรม BMW Freedom Choice กับครั้งแรกในการรับประกันมูลค่ารถบีเอ็มดับเบิลยูของลูกค้าในอนาคตสูงสุดถึง 60% (เมื่อผ่อนชำระ 36 เดือน) และค่างวดที่เอื้อมถึงได้ พร้อมทางเลือกหลังสิ้นสุดสัญญาที่ลูกค้าสามารถเลือกเป็นเจ้าของหรือคืนรถได้ จึงตอบโจทย์กลุ่มลูกค้ารุ่นใหม่ที่สนใจเป็นเจ้าของรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูเป็นคันแรกอีกด้วย

ไฮไลท์รถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูและมินิ ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 41

บีเอ็มดับเบิลยู X3 xDrive30e M Sport ใหม่ (รุ่นประกอบในประเทศ)

ราคาจำหน่าย: 3,659,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และโปรแกรมบำรุงรักษา BSI Standard)

บีเอ็มดับเบิลยู X3 xDrive30e M Sport ใหม่ ผสมผสานระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแบบ xDrive และระบบขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า eDrive ของบีเอ็มดับเบิลยูเข้ากันอย่างลงตัว เพื่อมอบความเพลิดเพลินในการขับขี่ควบคู่ความยั่งยืนอย่างสมบูรณ์ บีเอ็มดับเบิลยู X3 xDrive30e M Sport ใหม่ มาพร้อมกับระบบปลั๊กอินไฮบริดที่ประกอบด้วยเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ขนาด 2 ลิตร มอบกำลังสูงสุดที่ 135 กิโลวัตต์ / 184 แรงม้า พร้อมเทคโนโลยี BMW TwinPower Turbo และมอเตอร์ไฟฟ้าที่ทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะแบบ Sport Steptronic มอบกำลังขับจากระบบไฟฟ้าสูงสุดที่ 80 กิโลวัตต์ / 109 แรงม้า โดยส่งพลังลงสู่ล้อทั้งสี่อย่างเต็มพิกัดเพื่อตอบทุกโจทย์การขับขี่อย่างแท้จริง รวมถึงการขับขี่ด้วยระบบไฟฟ้าเต็มรูปแบบ การประหยัดน้ำมัน และการลดมลภาวะ

เมื่อนับรวมกันแล้ว เครื่องยนต์ขุมพลังเบนซิน 4 สูบ และมอเตอร์ไฟฟ้าของรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดรุ่นนี้สามารถส่งกำลังรวมสูงสุดได้ถึง 215 กิโลวัตต์ / 292 แรงม้า และยังช่วยลดอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงให้ลงมาที่ระดับ 35.7 กิโลเมตรต่อลิตร ขณะที่อัตราการปล่อย CO2 อยู่ที่ 64 กรัมต่อกิโลเมตร และหากนับรวมการใช้พลังงานทั้งสองรูปแบบแล้ว บีเอ็มดับเบิลยู X3 xDrive30e M Sport ใหม่ จะมีอัตราการใช้ไฟฟ้าอยู่ที่ประมาณ 17.92 กิโลวัตต์-ชั่วโมงต่อ 100 กิโลเมตร ส่วนแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนมาพร้อมกับเทคโนโลยีเซลล์แบตเตอรี่ใหม่ล่าสุด ส่งกำลังให้สามารถขับขี่ในโหมดไฟฟ้าล้วนได้ในระยะทางสูงสุดถึง 47 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน NEDC ประสิทธิภาพอันยอดเยี่ยมในด้านการใช้พลังงานนี้ ยังมาพร้อมกับสมรรถนะที่เป็นเลิศ ด้วยแรงบิดรวมสูงสุดที่ 420 นิวตันเมตร ทำให้บีเอ็มดับเบิลยู X3 xDrive30e M Sport ใหม่ สามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ภายในเวลาเพียง 6.1 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 210 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

มอเตอร์ไฟฟ้าของรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู X3 xDrive30e M Sport ใหม่ สามารถทำงานทั้งในรูปแบบการขับขี่พลังงานไฟฟ้าล้วน หรือเพื่อช่วยสนับสนุนการทำงานของเครื่องยนต์สันดาป ตามแต่โหมดการทำงานและสถานการณ์บนท้องถนนอีกด้วย โดยในโหมด MAX eDrive ซึ่งเปิดใช้งานได้ด้วยปุ่ม eDrive บริเวณคอนโซลหลัก บีเอ็มดับเบิลยู X3 xDrive30e M Sport ใหม่ จะสามารถทำความเร็วสูงสุดได้ที่ 135 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โดยปราศจากการปล่อยมลพิษ พร้อมมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เงียบเชียบ ไร้เสียงรบกวน ด้านโหมด Auto eDrive แบบมาตรฐานสามารถทำความเร็วสูงสุดด้วยการขับขี่แบบไฟฟ้าล้วนได้ที่ 110 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในขณะเดียวกัน เครื่องยนต์สันดาปยังสามารถสลับมาทำหน้าที่แทนเมื่อเร่งความเร็วสูงขึ้น หรือเมื่อมีความจำเป็นต้องใช้พละกำลังจากเครื่องยนต์เพิ่มเติม เมื่อระบบเครื่องยนต์และมอเตอร์ทำงานประสานกัน บีเอ็มดับเบิลยู X3 xDrive30e M Sport ใหม่ จะแสดงประสิทธิภาพและพลังการขับขี่ให้สัมผัสได้ถึงขีดสุด โดยในขณะที่เร่งความเร็ว มอเตอร์ไฟฟ้าจะมอบการตอบสนองที่ทันใจกว่าอย่างชัดเจน และในการขับขี่ด้วยความเร็วคงที่ มอเตอร์ไฟฟ้าก็จะช่วยลดอัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงและการปล่อยมลภาวะลง

นอกจากนี้ ผู้ขับขี่ยังสามารถเลือกใช้คุณสมบัติ BATTERY CONTROL เพื่อกำหนดสถานะการชาร์จของแบตเตอรี่แรงดันสูงให้อยู่ในระดับที่ผู้ขับขี่ต้องการ จึงสามารถกักเก็บพลังงานเพื่อสลับมาเลือกขับขี่แบบไร้มลภาวะได้ ขณะเดินทางผ่านบริเวณเมืองเป็นต้น แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนของรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู X3 xDrive30e M Sport ใหม่ ตั้งอยู่บริเวณใต้เบาะผู้โดยสารด้านหลังจึงช่วยประหยัดพื้นที่ ในขณะที่ถังน้ำมันตั้งอยู่เหนือบริเวณเพลาหลังของตัวรถ รถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดคันนี้จึงสามารถบรรจุสัมภาระได้โดยแทบไม่ถูกจำกัดพื้นที่ ด้วยพื้นที่เก็บสัมภาระที่มีความจุถึง 450 ลิตร เทียบได้กับรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปรุ่นอื่น ๆ และเมื่อพับพนักพิงเบาะหลังแบบ 40:20:40 ก็สามารถเพิ่มความจุได้สูงสุดถึง 1,500 ลิตร ด้วยเทคโนโลยีเซลล์แบตเตอรี่ล้ำสมัยที่มีความจุรวม 12.0 กิโลวัตต์-ชั่วโมง แบตเตอรี่แรงดันสูงของบีเอ็มดับเบิลยู X3 xDrive30e M Sport ใหม่ จึงมอบทั้งประสิทธิภาพที่โดดเด่นและระยะทางการขับขี่แบบไฟฟ้าล้วนที่ยาวไกลกว่า จึงใช้ขับขี่เดินทางในแต่ละวันได้โดยปราศจากมลภาวะ แม้จะต้องเดินทางออกนอกเมืองก็ตาม แบตเตอรี่แรงดันสูงชุดนี้รองรับการชาร์จผ่านเต้าเสียบปลั๊กไฟทั่วไปภายในบ้านด้วยอุปกรณ์สายชาร์จมาตรฐาน โดยสามารถชาร์จจนเต็มได้ภายเวลาไม่เกิน 6 ชั่วโมงด้วยวิธีนี้ ในขณะที่การชาร์จแบตเตอรี่ผ่านแท่นชาร์จ BMW i Wallbox จะสามารถชาร์จแบตเตอรี่เต็มได้ภายในเวลาเพียง 3.5 ชั่วโมง

รถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู X3 xDrive30e ใหม่ ในแพ็คเกจชุดแต่ง M Sport มาพร้อมกับล้ออัลลอย M น้ำหนักเบาขนาด 20 นิ้วในลาย Double-Spoke ระบบไฟหน้า LED ปรับตามทิศทางหมุุนของพวงมาลัย ระบบปรับการทำงานไฟสูงอัตโนมัติ คาลิเปอร์เบรกดีไซน์ M Sport ระบบช่วยการขับขี่ ระบบช่วยจอดรถ ระบบแสดงผล BMW Head-Up Display ชุดเครื่องเสียงรอบทิศทาง Harman/Kardon และราวหลังคาอลูมิเนียมแบบด้าน สำหรับอุปกรณ์พื้นฐานอื่น ๆ ยังรวมถึงระบบสร้างเสียงจำลองเตือนผู้ใช้ถนนรอบข้าง โดยเมื่อขับขี่ในระบบไฟฟ้าด้วยความเร็วต่ำ บีเอ็มดับเบิลยู X3 xDrive30e M Sport ใหม่ จะส่งเสียงอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของรถยนต์ไฟฟ้าบีเอ็มดับเบิลยูเพื่อเตือนผู้ใช้ถนนให้ทราบถึงตัวรถที่เคลื่อนเข้ามาใกล้ โดยไม่รบกวนความสงบเงียบของผู้ขับขี่และผู้โดยสาร

นอกจากนี้ รถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู X3 xDrive30e M Sport ใหม่ ยังมาพร้อมระบบปรับอากาศอัตโนมัติเป็นอุปกรณ์มาตรฐานซึ่งควบคุมได้ในระยะไกลด้วยสมาร์ทโฟนผ่าน BMW Connected App ผู้ขับขี่จึงสามารถไปถึงรถยนต์ที่ปรับอากาศเย็นสบายได้ในฤดูร้อน ส่วนบริการดิจิทัลอื่น ๆ ยังช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุมการชาร์จแบตเตอรี่ขณะเดินทางได้ง่ายยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นระบบช่วยเหลือในการค้นหาสถานีชาร์จสาธารณะ การควบคุมระบบชาร์จแบตเตอรี่จากทางไกล หรือการตรวจสอบข้อมูลสถานะการชาร์จ และระยะการขับขี่ทั้งในแบบไฟฟ้าล้วนและผสม ผ่านทางสมาร์ทโฟนของผู้ขับขี่หรืออุปกรณ์ส่วนตัวอื่น ๆ ได้

บีเอ็มดับเบิลยู X5 xDrive45e M Sport ราคาจำหน่าย: 4,999,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และโปรแกรมบำรุงรักษา BSI Standard)

บีเอ็มดับเบิลยู XxDrive30d M Sport ราคาจำหน่าย: 4,699,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และโปรแกรมบำรุงรักษา BSI Standard)

เจเนอเรชั่นที่ 4 ของบีเอ็มดับเบิลยู X5 ทั้งในรูปแบบปลั๊กอินไฮบริดและเครื่องยนต์ดีเซล โดดเด่นด้วยการผสมผสานสมรรถนะและความสะดวกสบายอย่างเหนือระดับ โดยไม่ทิ้งรูปลักษณ์อันเป็นเอกลักษณ์ของรถยนต์ในตระกูล SAV นอกจากนี้ ทั้ง 2 รุ่นของบีเอ็มดับเบิลยู X5 ในรูปแบบปลั๊กอินไฮบริดและเครื่องยนต์ดีเซล ยังเป็นรุ่นที่ประกอบในประเทศและมาพร้อมราคาที่เร้าใจยิ่งขึ้นบีเอ็มดับเบิลยู X5 xDrive45e M Sport ผสานขุมพลังการขับเคลื่อนระบบไฟฟ้าเข้ากับความคล่องตัวในแบบฉบับรถยนต์ Sports Activity Vehicle (SAV) มีอัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงที่ 43.5 กิโลเมตรต่อลิตร ตาม ECO Sticker โดยเมื่อขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว จะสามารถทำความเร็วสูงสุดที่ 135 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จากเดิมสูงสุดที่ 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และวิ่งด้วยไฟฟ้าได้ไกลสูงสุด 80 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน NEDC และผล Eco Sticker

บีเอ็มดับเบิลยู X5 xDrive45e M Sport ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังเครื่องยนต์เบนซิน 6 สูบ 3.0 ลิตร BMW TwinPower Turbo ที่มอบพลังถึง 210 กิโลวัตต์ / 286 แรงม้า ควบคู่ไปกับความปราดเปรียวที่ได้จากเทคโนโลยีบีเอ็มดับเบิลยู EfficientDynamics และเจเนอเรชั่นที่ 4 ของเทคโนโลยีบีเอ็มดับเบิลยู eDrive สุดล้ำ มอเตอร์ไฟฟ้าส่งกำลังสูงสุดที่ 83 กิโลวัตต์ / 113 แรงม้า ตัวแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนจุพลังงานไฟฟ้าได้กว่า 24 กิโลวัตต์-ชั่วโมง โดยระบบไฟฟ้าทั้งหมดได้รับการพัฒนาเพื่อให้จัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ส่งผลให้ระบบปลั๊กอินไฮบริดของบีเอ็มดับเบิลยู X5 xDrive45e M Sport มอบความประหยัดพลังงานที่เหนือกว่า

เมื่อมอเตอร์ไฟฟ้าและเครื่องยนต์ทำงานร่วมกัน จะมอบพละกำลังสูงสุดที่ 290 กิโลวัตต์ / 394 แรงม้า พร้อมแรงบิด 600 นิวตันเมตร ส่งกำลังโดยตรงไปที่เกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด Steptronic เจเนอเรชั่นล่าสุดและระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ xDrive ที่มอบสมรรถนะบนถนนในสไตล์สปอร์ต พร้อมกับสมรรถนะแบบออฟโรดที่เหนือชั้น ให้อัตราเร่งจาก 0 ถึง 100 กิโลเมตรภายใน 5.6 วินาที ทำความเร็วได้ดีกว่ารุ่นก่อนหน้ากว่า 1.2 วินาที ด้วยความเร็วสูงสุดที่ 235 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ส่วนบีเอ็มดับเบิลยู X5 xDrive30d M Sport ขับเคลื่อนด้วยเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะแบบ Steptronic ทำงานคู่กับเครื่องยนต์ดีเซล 6 สูบ เทคโนโลยี BMW TwinPower Turbo ส่งกำลังสูงสุด 195 กิโลวัตต์ / 265 แรงม้า ที่ 4,000 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 620 นิวตันเมตรที่ 2,000-2,500 รอบต่อนาที ส่งพลังให้เร่งความเร็วจาก 0 ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงภายใน 6.5 วินาที และมีความเร็วสูงสุด 230 กิโลเมตรต่อชั่วโมง นอกจากนี้ ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อบีเอ็มดับเบิลยู xDrive เจเนอเรชั่นล่าสุด ที่ได้รับการพัฒนากำลังขับเคลื่อนและควบคุมการทรงตัวได้อย่างดีเยี่ยม ยังมอบความมั่นใจด้วยการถ่ายแรงขับเคลื่อนอย่างนุ่มนวลระหว่างล้อหลังทั้งสองข้าง ไม่ว่าบนเส้นทางออนโรดหรือออฟโรด ในด้านระบบช่วงล่าง บีเอ็มดับเบิลยู X5

]]>
“เบ็นดิกซ์” ร่วมกับ “ออโต้แบคส์” จัดโปรโมชั่น เปลี่ยนผ้าเบรกที่ศูนย์บริการ รับหน้ากากอนามัยป้องกันโควิด- https://www.trjournalnews.com/19378 Thu, 04 Jun 2020 04:19:10 +0000 http://www.trjournalnews.com/?p=19378 บริษัท เอฟเอ็มพี ดิสทริบิวชั่น จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ […]]]>

บริษัท เอฟเอ็มพี ดิสทริบิวชั่น จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่าย ผ้าเบรกเบ็นดิกซ์ จัดโปรโมชั่นต้อนรับหน้าฝนร่วมกับศูนย์บริการ ออโตแบคส์ (Autobacs) ทุกสาขา เมื่อใช้บริการเปลี่ยนผ้าเบรกเบ็นดิกซ์ เฉพาะรุ่น เจนเนอรัล ซีที, เมทัลคิง ไทเทเนียม, ไฟร์วีล, อัลตร้า พรีเมียม และ อัลติเมท (ไม่รวมผ้าเบรกรุ่น เฮฟวี่ดิวตี้ และ ก้ามเบรก) รับฟรีหน้ากากผ้าป้องกันไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 มูลค่า 89 บาท ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน ถึง 31 กรกฎาคม 2563 นี้ สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์บริการ ออโต้แบคส์ ทุกสาขา

]]>