ข่าวประกันภัย – transportjournal newspaper https://www.trjournalnews.com เว็บไซต์ข่าวสารด้านโลจิสติกส์ Thu, 09 Jul 2020 04:39:25 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=5.4.2 อาคเนย์ ผนึก โออาร์ เปิด “อาคเนย์ Station” มุ่งให้บริการวางแผนการเงินครบวงจรเพียงเข้าปั๊ม https://www.trjournalnews.com/20267 Thu, 09 Jul 2020 04:39:25 +0000 http://www.trjournalnews.com/?p=20267 อาคเนย์ กลุ่มธุรกิจประกันและการเงิน หนึ่งในสายธุรกิจหลั […]]]>

อาคเนย์ กลุ่มธุรกิจประกันและการเงิน หนึ่งในสายธุรกิจหลักของบริษัท เครือไทย โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) เดินหน้าจับมือ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) (โออาร์) เปิดช่องทางให้บริการปรึกษาทางการเงินง่ายๆ แค่เข้าปั๊ม เตรียมปักธงเปิด “อาคเนย์ Station” สาขาแรก ณ สถานีบริการน้ำมัน PTT Station สาขาเจริญราษฎร์ มั่นใจตอบโจทย์ผู้บริโภคในยุค Next Normal ที่มุ่งวางแผนการเงิน ตอกย้ำแนวคิด “ให้ทุกความสุขเป็นไปได้”

นางภฤตยา สัจจศิลา กรรมการผู้จัดการ บริษัท อาคเนย์ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หนึ่งในกลุ่มธุรกิจหลักภายใต้บริษัท เครือไทย โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า จากความตั้งใจในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการที่ดี เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้บริโภคตามแบบฉบับชีวิตวิถีใหม่ (Next Normal) ที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพและการวางแผนทางการเงินมากขึ้น พร้อมมุ่งหาที่ปรึกษาด้านการเงินที่เข้าใจความต้องการของลูกค้า และเข้าถึงได้ง่าย จึงเกิดเป็น “อาคเนย์ Station” ซึ่งนับเป็นความร่วมมือครั้งสำคัญระหว่าง อาคเนย์ กลุ่มธุรกิจประกันและการเงิน ที่ดำเนินงานภายใต้แนวคิด “ให้ทุกความสุขเป็นไปได้” กับ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) (โออาร์) เพื่อพัฒนาเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ของชุมชนที่ให้บริการปรึกษาทางการเงินแบบครบวงจรแก่ลูกค้า ณ สถานีบริการน้ำมัน พีทีที สเตชั่น ใกล้บ้านคุณ

“ในภาวะที่ผู้คนได้รับผลกระทบจากสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทั้งในแง่สุขภาพร่างกายและจิตใจ การใช้ชีวิตประจำวัน การทำงาน และความมั่นคงทางการเงิน อาคเนย์ ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านประกันและการเงิน จึงขอเป็นส่วนหนึ่งเพื่อช่วยเหลือลูกค้าในการวางแผนทางการเงินเพื่อรับมือกับสถานการณ์ในระยะยาว ขณะเดียวกันยังเป็นการยกระดับช่องทางบริการให้ตัวแทนประกันของบริษัทฯ ได้มีพื้นที่พบกับลูกค้า เพื่อให้คำปรึกษา แนะนำ อบรมให้แก่ผู้ที่สนใจแบบง่ายๆ สอดคล้องกับแนวทางการทำงานของบริษัทฯ ที่มุ่งส่งเสริมและให้ความสำคัญกับการวางแผนชีวิตและสร้างความสุขได้ตามความต้องการ” นางภฤตยา กล่าว

นายสุชาติ ระมาศ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) (โออาร์) กล่าวว่า ตามแนวทางการพัฒนาพื้นที่สถานีบริการน้ำมัน พีทีที สเตชั่น (PTT Station) ที่มุ่งให้ธุรกิจและสังคมเติบโตไปด้วยกัน สร้างการมีส่วนร่วมระหว่างสถานีบริการ คู่ค้า และคนในพื้นที่ เพื่อสร้างสรรค์บริการใหม่ๆ ที่ตรงตามความต้องการและความคาดหวังของผู้บริโภคในแต่ละพื้นที่ ให้ทุกคนได้รับประโยชน์และอยู่ร่วมกันได้อย่างยั่งยืน โดย โออาร์ ได้เล็งเห็นถึงศักยภาพ ความเชี่ยวชาญทางการเงิน (Financial Solutions) ของอาคเนย์ ที่มีความพร้อมทั้งผลิตภัณฑ์ บริการ บุคลากร ตลอดจนประสบการณ์กว่า 70 ปี จึงเดินหน้าพัฒนาพื้นที่ร่วมกันเป็นอีกหนึ่งจุดเช็คอินด้านบริการประกันและการเงิน ที่โดดเด่นทั้งในเรื่องของทำเล ความสะดวกสบาย มาพร้อมสิทธิประโยชน์มากมายจากการเข้าใช้บริการ

สำหรับ “อาคเนย์ Station” สาขาแรกในประเทศไทยตั้งอยู่ ณ สถานีบริการน้ำมัน PTT Station สาขาเจริญราษฎร์ กรุงเทพฯ บนพื้นที่กว่า 90 ตารางเมตร เพียบพร้อมด้วยบริการให้คำปรึกษา แนะนำ และอบรมด้านการเงินและประกัน จากที่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านประกันและการเงินของอาคเนย์

ขณะเดียวกัน ยังเป็น One Stop Service ที่ให้บริการขาย ซื้อ เคลม จ่าย ต่ออายุกรมธรรม์ จบในที่เดียว ภายใต้มาตรฐานบริการคุณภาพ รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ โดยจะเปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่เวลา 8.30 -19.00น. นอกจากนี้ ผู้ใช้บริการยังมีโอกาสได้รับส่วนลดและสิทธิพิเศษมากมายจากแอปพลิเคชั่น S Plus+ และบัตร PTT Blue Card

ปัจจุบันอาคเนย์มีบริการขายหลากหลายช่องทาง โดยตัวแทนยังเป็นช่องทางหลักในการเข้าถึงลูกค้าได้ทุกกลุ่ม ผ่านการขยายธุรกิจในรูปแบบสำนักงานตัวแทนทั่วประเทศ พร้อมเพิ่มช่องทางการขายผ่านแพลตฟอร์ม “อาคเนย์ออนไลน์” อำนวยความสะดวกในการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ประกันที่ใช่ ใช้งานได้ง่าย สะดวกและรวดเร็ว พร้อมรับความคุ้มครองทันที ทั้งประกันออมทรัพย์ บำนาญ ลดหย่อนภาษี ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคลต่างๆ ภายใต้สโลแกน “อาคเนย์ออนไลน์ ง่ายๆ แค่คลิก” หรือ สามารถนัดหมายตัวแทนผ่านระบบนัดหมายออนไลน์ ที่พร้อมให้คำปรึกษาและวางแผนด้านการเงินทุกที่ทุกเวลา โดยไม่มีค่าใช้จ่าย โดยลูกค้าสามารถแจ้งความประสงค์ในการนัดหมาย เลือกตัวแทนในระบบ และเวลาที่ต้องการ เพื่อขอรับคำปรึกษาหรือเลือกซื้อประกันที่ต้องการได้ทุกที่ทั่วไทย

]]>
ไทยประกันชีวิต ยืดระยะเวลาผ่อนผันการชำระเบี้ยฯ 60 วัน พร้อมยกเว้นดอกเบี้ย กรณีกรมธรรม์ขาด https://www.trjournalnews.com/20198 Fri, 03 Jul 2020 09:01:08 +0000 http://www.trjournalnews.com/?p=20198 ไทยประกันชีวิตขยายมาตรการช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระท […]]]>

ไทยประกันชีวิตขยายมาตรการช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 เพิ่มเติม ยืดระยะเวลาผ่อนผันการชำระเบี้ยฯ 60 วัน พร้อมยกเว้นดอกเบี้ย กรณีกรมธรรม์ขาดผลหรือใช้สิทธิ์ APL สำหรับกรมธรรม์ที่ครบกำหนดผ่อนผันภายในวันที่ 31 ธันวาคม 63

นายสวัสดิ์ นฤวรวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ และ Chief Life Operation Officer บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่อสภาวะเศรษฐกิจ และความเป็นอยู่ของประชาชน รวมถึงผู้เอาประกันภัยของบริษัทฯ ดังนั้น เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน บริษัทฯ จึงขยายมาตรการช่วยเหลือผู้เอาประกัน เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ ประกอบด้วย

การขยายระยะเวลาผ่อนผันการชำระเบี้ยประกันภัยอีก 60 วัน นับจากวันครบระยะเวลาผ่อนผันเดิม สำหรับกรมธรรม์ที่ครบกำหนดระยะเวลาผ่อนผันการชำระเบี้ยประกันภัย ตั้งแต่วันที่ 27 กุมภาพันธ์ ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2563 โดยในช่วงระยะเวลาผ่อนผันการชำระเบี้ยฯ ดังกล่าว ผู้เอาประกันภัยยังสามารถใช้สิทธิ์ในการเรียกร้องสินไหมทดแทนได้ตามเงื่อนไขกรมธรรม์ทุกกรณี รวมถึงการใช้บริการ Fax Claim ได้ตามปกติ

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยกเว้นดอกเบี้ยเบี้ยประกันภัย สำหรับกรมธรรม์ประกันชีวิตที่สิ้นผลบังคับ ระหว่างวันที่ 27 กุมภาพันธ์ ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2563 กรณีที่ผู้เอาประกันภัยขอต่ออายุกรมธรรม์หรือกลับคืนสู่สถานะเดิมของกรมธรรม์ภายใน 6 เดือน รวมถึงกรณีกรมธรรม์แบบรายงวดที่มีการนำมูลค่าเวนคืนมาชำระเบี้ยประกันภัยโดยอัตโนมัติ (APL) ระหว่างวันที่ 27 กุมภาพันธ์ ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2563 ซึ่งผู้เอาประกันภัยติดต่อขอชำระเบี้ยฯ ภายใน 6 เดือน

“บริษัทฯ มีความห่วงใยและเข้าใจในความเดือดร้อนของลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากโรคโควิด-19 จึงกำหนดมาตรการช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ทุกคนสามารถผ่านพ้นวิกฤตการณ์นี้ไปได้ ตามแนวคิดการยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง หรือ Customer Centric ที่พร้อมเป็นเพื่อนคู่คิด ดูแลเคียงข้างลูกค้าในทุกสถานการณ์” นายสวัสดิ์กล่าว

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังพร้อมให้บริการที่มากกว่าการประกันชีวิต เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้เอาประกันภัยในการทำธุรกรรมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการชำระเบี้ยประกันภัยผ่านบริการไทยประกันชีวิต อีซี่เพย์ ซึ่งมีช่องทางการชำระเบี้ยฯ ที่หลากหลาย เช่น ชำระผ่าน Mobile Banking หรือ Internet Banking, ชำระผ่านบัตรเครดิต, ชำระผ่านเคาน์เตอร์เซอร์วิส, ชำระผ่านสาขาหรือศูนย์บริการลูกค้า (CSC) ทั่วประเทศ เป็นต้น รวมถึงไทยประกันชีวิต แอปพลิเคชัน ที่ช่วยให้ผู้เอาประกันภัยของบริษัทฯ สามารถเข้าถึงข้อมูลกรมธรรม์หรือดาวน์โหลดเอกสารต่างๆ ได้ด้วยตัวเอง หรือสอบถามข้อมูลและสิทธิประโยชน์ตามเงื่อนไขกรมธรรม์ ผ่านไทยประกันชีวิตแคร์เซ็นเตอร์ โทร.1124

]]>
gettgo เตรียมเปิดตัวแพลตฟอร์มเปรียบเทียบประกันสุขภาพและประกันชีวิต แบบ “ตามใจสั่ง” เป็นแห่งแรกในไทย https://www.trjournalnews.com/20172 Thu, 02 Jul 2020 06:53:28 +0000 http://www.trjournalnews.com/?p=20172 gettgo เว็บไซต์ประกันน้องใหม่มาแรงในยุคดิจิทัลที่พร้อมซ […]]]>

gettgo เว็บไซต์ประกันน้องใหม่มาแรงในยุคดิจิทัลที่พร้อมซื้อได้ครบ จบในเว็บเดียว ประกาศแผนเปิดตัว “แพลตฟอร์มเปรียบเทียบประกันสุขภาพและประกันชีวิตแบบตามใจสั่ง เป็นแห่งแรกในประเทศไทย ในช่วงไตรมาสที่ 3 ในปี 2563 นี้ โดย gettgo มองเห็นและเข้าใจปัญหาของลูกค้าประกันยุคใหม่ ที่ต้องปวดหัวกับการเลือกซื้อประกันสุขภาพในประเทศไทย โดยประกันแต่ละตัวเต็มไปด้วยเงื่อนไขรายละเอียดความคุ้มครองและข้อกำหนดมากมายจนทำให้การเลือกซื้อประกันสุขภาพเป็นเรื่องยุ่งยากและมักจบลงด้วยการเลือกซื้อแบบประกันที่ไม่ตรงตามความต้องการที่แท้จริงหรือได้แบบประกันที่แพงและคุ้มครองมากเกินความจำเป็น ด้วยการมองเห็นปัญหาที่จุดนี้gettgo จึงได้พัฒนาแพลตฟอร์มเปรียบเทียบประกันสุขภาพแบบเลือกเปรียบเทียบความคุ้มครองได้ตามใจสั่งตอบโจทย์สำหรับผู้บริโภคในประเทศไทยโดยเฉพาะให้ผู้บริโภคสามารถเลือกซื้อประกันสุขภาพที่ตรงใจแบบง่าย ๆ ไม่มีความคุ้มครองส่วนเกิน ไม่ต้องไล่อ่านเงื่อนไขความคุ้มครองในทุกกรมธรรม์จนตัดสินใจไม่ถูก

นายธนัท จักรวัฒนา กรรมการ บริษัท เมืองไทย โบรกเกอร์ จำกัด ผู้ให้บริการ gettgo กล่าวถึงที่มาที่ไปของการพัฒนาแพลตฟอร์มเปรียบเทียบประกันสุขภาพและประกันชีวิตตัวนี้ไว้ว่า “แม้ในปัจจุบันคนไทยรุ่นใหม่เริ่มหันมาซื้อประกันในรูปแบบต่าง ๆ กันมากขึ้น แต่ก็มักจะเป็นประกันแบบที่มีเงื่อนไขไม่ซับซ้อนมาก อย่างเช่นประกันการเดินทางหรือประกันรถยนต์ ที่ใช้เวลาเปรียบเทียบเพียงไม่นาน แต่พอพูดถึงการซื้อประกันสุขภาพ เรามองเห็นความไม่มั่นใจในการเลือกซื้อประกันตัวนี้ของคนไทยด้วยความที่ประกันสุขภาพมีเงื่อนไขความคุ้มครองซับซ้อน ต้องใช้เวลาศึกษาค่อนข้างนานกว่าจะเจอประกันตัวที่ใช่ จนยากจะเปรียบเทียบด้วยตัวลูกค้าเอง หรือแม้แต่การที่ลูกค้าประกันหลายคนเลือกซื้อประกัน เพียงตามคำบอกเล่าของคนรอบข้าง รวมไปถึงคำชี้ชวนของตัวแทนขายประกัน ที่อาจมาค้นพบภายหลังว่าไม่ได้ตรงกับความต้องการในการซื้อประกันสุขภาพของแต่ละคนจริง ๆ เราจึงเห็นหลาย ๆ คน เลือกที่จะพึ่งพาประกันกลุ่มของที่ทำงานมากกว่าการลุกขึ้นมากล้าซื้อประกันสุขภาพด้วยตัวเอง ทั้งที่เป็นสิ่งจำเป็นกับความมั่นคงด้านสุขภาพและการเงินในระยะยาวของแต่ละคน ทาง gettgo เราจึงมองเห็นปัญหาในจุดนี้ของผู้บริโภคคนไทย จึงตั้งใจเข้ามาตอบโจทย์โดยการพัฒนาแพลตฟอร์มประกันสุขภาพ อันเป็นแพลตฟอร์มแรกในประเทศไทยที่เข้ามาแก้ปัญหานี้ และเปรียบเทียบประกันสุขภาพได้แบบเข้าใจง่ายและตรงจุดขึ้นมา”

นอกจากนี้ นายธนัท ยังได้กล่าวถึงการเปิดตัวแพลตฟอร์มเปรียบเทียบประกันสุขภาพแบบตามใจสั่งไว้ว่าแพลตฟอร์มใหม่นี้มีจุดเด่นอยู่ที่คอนเซปต์การออกแบบจาก “ความต้องการ” ที่แท้จริงของผู้ใช้งาน (Need-Based Design) ที่ทำให้ผู้ใช้งานสามารถเลือกค้นหาแบบประกันสุขภาพในความคุ้มครองเฉพาะที่ต้องการได้ ตัวอย่างเช่น ถ้าหากผู้ใช้งานต้องการค้นหาเฉพาะประกันที่มีความคุ้มครองเสริมประกันหลักที่มีอยู่แล้ว ก็สามารถเลือกค้นหาได้ทันที หรือถ้าหากอยากค้นหาประกันสุขภาพที่มีแผนครอบคลุมทุกเรื่อง อาทิ คุ้มครองทั่วโลก ก็สามารถเลือกหาได้บนแพลตฟอร์มของ gettgo เช่นกัน

โดยในส่วนของพันธมิตร ณ เวลานี้ หลากหลายบริษัทประกันชั้นนำทั้งประกันชีวิตและประกันภัยต่างตบเท้าเข้าร่วมเป็นพาร์ทเนอร์เพื่อวางแผนประกันสุขภาพและประกันชีวิตบนแพลตฟอร์มนี้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ไม่ว่าจะเป็น เมืองไทยประกันชีวิต เมืองไทยประกันภัย ซิกน่าประกันภัย กลุ่มบริษัท เจนเนอราลี่ ไทยแลนด์ และแมนูไลฟ์ ประกันชีวิต ประเทศไทย รวมไปถึงบริษัทประกันชีวิตและประกันภัยรายใหญ่ในประเทศไทยอีกหลากหลายเจ้าที่กำลังเจรจาเข้าร่วมอีกด้วย

ทั้งนี้ เทรนด์การซื้อประกันสุขภาพ เริ่มเป็นที่ให้ความสนใจของคนไทยมากขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา และในปี 2563 นี้ ประกันสุขภาพยิ่งได้รับการตอบรับที่ดียิ่งขึ้นโดยเฉพาะหลังเกิดเหตุการณ์ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่ทำให้คนไทยหันมาตื่นตัวรักษาสุขภาพและสนใจการเพิ่มหลักประกันด้านสุขภาพแก่ตนเองและครอบครัวมากยิ่งขึ้นรวมถึงการที่พฤติกรรมผู้บริโภคเริ่มเปลี่ยนแปลงไป มีการเริ่มซื้อผลิตภัณฑ์ประกันในช่องทางดิจิทัลมากยิ่งขึ้น ทำให้เป็นโอกาสดีที่เหล่าบริษัทประกันชีวิตและประกันภัย จะเริ่มมองหาช่องทางวางขายแผนประกันแบบออนไลน์ ซึ่ง gettgo จึงเข้ามาตอบโจทย์ความงต้องการนี้ของเเหล่าพันธมิตรบริษัทประกันอีกด้วยนั่นเอง

สุดท้ายนี้นอกจากการพัฒนาแพลตฟอร์มเปรียบเทียบประกันสุขภาพแบบตามใจสั่งแล้ว gettgo ยังมุ่งเป้าสร้างชุมชนออนไลน์เกี่ยวกับประกันสุขภาพที่รวบรวมรีวิวการใช้งานประกันสุขภาพจากผู้ใช้จริง เพื่อให้ลูกค้าประกันได้อ่านเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจเลือกซื้อแผนประกันที่ต้องการอีกด้วย

]]> อลิอันซ์ เผยประกันภัย ฝั่งเอเชียจะแข็งแกร่งหลังโควิด ด้านไทยคาดโต 4.8% https://www.trjournalnews.com/20167 Thu, 02 Jul 2020 06:48:49 +0000 http://www.trjournalnews.com/?p=20167 อลิอันซ์ เปิดเผยรายงาน อลิอันซ์ โกลบอล อินชัวรันส์ 2020 […]]]>

อลิอันซ์ เปิดเผยรายงาน อลิอันซ์ โกลบอล อินชัวรันส์ 2020 ฉบับล่าสุด เกี่ยวกับสถานการณ์ตลาดประกันทั่วโลก โดยทำการศึกษาผลการดำเนินงานในปีที่ผ่านมาและประเมินทิศทางของการเติบโตในอนาคต พร้อมชี้ธุรกิจประกันในประเทศไทยอนาคตสดใสเป็นหนึ่งในตลาดที่เติบโตมากที่สุดในภูมิภาค คาดโตได้ถึง 4.8% ในอีก 10 ปีข้างหน้า

อุตสาหกรรมประกันโลกเข้าสู่ปี 2563 ด้วยอัตราการเติบโตที่ดี หลังจากปี 2562 ที่มียอดรวมเบี้ยประกันเพิ่มขึ้น 4.4% นับว่าเป็นการเติบโตที่แข็งแกร่งที่สุดในรอบสี่ปี โดยเป็นการเติบโตจากกลุ่มผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตซึ่งมีเบี้ยประกันรวมเพิ่มขึ้นอย่างมากเมื่อเทียบกับปี 2561 อยู่ที่ 4.4% เนื่องจากจีนผ่านช่วงเวลาที่หน่วยงานรัฐมีการออกกฏที่ไม่เอื้อต่อธุรกิจไปแล้ว อีกทั้งตลาดสามารถปรับตัวให้เข้ากับอัตราดอกเบี้ยต่ำ ประกันภัยทรัพย์สินเติบโตในอัตราใกล้เคียงกับอัตราเดิม (4.3%) ลดลงจาก 5.4% ในปี 2561 นับเป็นครั้งแรกที่ประกันชีวิตโตมากกว่าประกันภัยทรัพย์สิน แม้จะมากกว่าเพียงเล็กน้อย ส่วนรายได้จากเบี้ยประกันทั่วโลกอยู่ที่ 3.906 ล้านล้านยูโร (หรือประมาณ 136.71 ล้านล้านบาท ในปี 2562 ซึ่งเป็นประกันชีวิต 2.399 ล้านล้านยูโร (หรือประมาณ 83.96 ล้านล้านบาท) และประกันภัยทรัพย์สิน 1.507 ล้านล้านยูโร (หรือประมาณ 52.74 ล้านล้านบาท)

การแพร่ระบาดของโควิด 19 ส่งผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อเศรษฐกิจโลก การชะงักงันของกิจกรรมทางเศรษฐกิจทั่วโลกจะทำให้อุปสงค์ของการประกันลดลงเช่นกัน มีการคาดการณ์ว่ารายได้จากเบี้ยประกันทั่วโลกจะหดตัวลง 3.8% ในปี 2563 โดยประกันชีวิตจะได้รับผลกระทบมากกว่าประกันภัยทรัพย์สิน อัตราการเติบโตหดตัว -4.4% และ -2.9% โดยลำดับ ดังนั้น อาจกล่าวได้ว่าผลกระทบของโควิด19 รุนแรงยิ่งกว่าวิกฤติการณ์ทางการเงินโลก รายได้จากเบี้ยประกันทั่วโลกลดลง 1.0% เมื่อเทียบกับช่วงก่อนโควิด19 จะแพร่ระบาด และยอดรวมของเบี้ยประกันทั่วโลกจะลดลงประมาณ 3.6 แสนล้านยูโร (หรือประมาณ 1.26 ล้านล้านบาท) ซึ่งเป็นประกันชีวิต 2.50 แสนล้านยูโร (หรือประมาณ 8.75 ล้านล้านบาท) และประกันภัยทรัพย์สิน 1.10 แสนล้านยูโร (หรือประมาณ 3.85 ล้านล้านบาท)

“ปี 2563 ธุรกิจประกันทั่วโลกถูกไวรัสเล่นงานอย่างไม่ต้องสงสัยเลย” ลูโดวิค เซอร์บราน หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ ของอลิอันซ์ กล่าว “สิ่งที่น่าสนใจมากกว่าคือ อะไรจะเกิดขึ้นหลังจากโควิด19 เรามองเห็นสามกระแสหลักซึ่งเคยเกิดขึ้นมาแล้วและจะกลับมาอีกในอนาคต นั่นคือ การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลของโมเดลธุรกิจ การหันเหความสนใจมาที่เอเชีย และองค์ประกอบด้านการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อม (Environment) สังคม (Social) และ ธรรมาภิบาล (Governance) หรือ ESG Factors ที่จะมีความสำคัญมากขึ้น ในขณะที่ผู้เล่นในเอเชียเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยี ยุโรปยังคงนำด้าน ESG อย่างไรก็ตามเอเชียจะครอบครองอุตสาหกรรมประกันโลก เนื่องจากครัวเรือนในเอเชียจะเป็นผู้บริโภคกลุ่มหลักที่ช่วยขับเคลื่อนอุปสงค์ของการประกันทั่วโลก”

ในความเป็นจริงแล้ว เอเชีย (ไม่รวมญี่ปุ่น) มีอัตราการเติบโต 6.8% ในปี 2562 ซึ่งมากกว่าอัตราการเติบโตของปีที่แล้วเกือบสองเท่า ทั้งกลุ่มประกันชีวิตและประกันภัยทรัพย์สินซึ่งส่งผลต่อการเติบโตของเบี้ยประกัน โดยกลุ่มประกันชีวิตโต 6.5% และประกันภัยทรัพย์สิน 7.5% และเบี้ยประกันรวมสูงถึง 9.47 แสนล้านยูโรในเอเชีย (หรือประมาณ หรือประมาณ 331 ล้านล้านบาท) เกือบครึ่งหนึ่งของการเติบโตนี้มาจากประเทศจีน

ปี 2563 จะเป็นปีที่ท้าทายสำหรับเอเชีย เนื่องจากรายได้จากเบี้ยประกันคาดว่าจะลดลง 0.7% ประกันชีวิตลดลง 1.8% แต่ประกันภัยทรัพย์สินจะยังคงโตเล็กน้อยที่ 1.9% สำหรับการคาดการณ์ในระยะยาว เอเชียจะกลับมาโตในอัตรา “ปกติ” และมีอัตราการเติบโตเฉลี่ย 8.1% ต่อปีจนถึงปี 2573 เบี้ยประกันชีวิตและประกันภัยทรัพย์สินคาดว่าจะโตในอัตราที่ใกล้เคียงกับอัตราเดิม หรือเกือบสองเท่าของอัตราของตลาดโลก (4.4%)

“เอเชียเป็นภูมิภาคแรกที่ได้รับผลกระทบจากโควิด19 และจะเป็นภูมิภาคแรกที่ฟื้นตัว” มิคาเอล กริม นักเศรษฐศาสตร์อลิอันซ์ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเป็นผู้ร่วมเขียนรายงานฉบับนี้ กล่าว “ความตื่นตัวต่อความเสี่ยงที่มากขึ้น และความต้องการความคุ้มครองที่พุ่งสูงขึ้นของผู้บริโภค จะเป็นสิ่งที่ช่วยขับเคลื่อนการเติบโตในอนาคต โดยมีประเทศจีนเป็นผู้นำ ในอีก 2-3 ปีข้างหน้า เราคาดว่าจะเห็นการเติบโตของรายได้จากเบี้ยประกันในอัตราตัวเลขสองหลักในตลาดจีน จนถึงปี 2573 ยอดรวมเบี้ยประกันของจีนจะเพิ่มสูงถึง 7.77 แสนล้านยูโร (หรือประมาณ 27 ล้านล้านบาท) ซึ่งเท่ากับขนาดของตลาดอังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมนี และอิตาลีรวมกัน จีนและเอเชียจะฟื้นตัวกลับมาแข็งแกร่งกว่าเดิมจากวิกฤติการณ์ในปัจจุบัน”

ตลาดประกันในประเทศไทยได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจในปี 2562 ซึ่งทำให้รายได้จากเบี้ยประกันลดลง แม้จะลดลงเพียง 0.2% จากการหดตัวของผลิตภัณฑ์กลุ่มประกันชีวิต (-2.0% เทียบกับ 4.1% ในกลุ่มประกันภัยทรัพย์สิน) นับเป็นครั้งแรกในระยะเวลานานกว่า 20 ปีที่ตลาดประกันชีวิตในประเทศไทยหดตัว และในปี 2563 จะยิ่งเผชิญกับความท้าทายที่มากขึ้น เนื่องจากรายได้จากเบี้ยประกันจะลดลง 0.9% แสดงให้เห็นถึงผลประกอบการที่ไม่ดีนักของกลุ่มผลิตภัณฑ์ประกันภัยทรัพย์สิน

อย่างไรก็ตาม หลังจากวิกฤต ตลาดประกันในประเทศไทยจะฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็วในปี 2564 ด้วยอัตราการเติบโตประมาณ 8% ในช่วง 10 ปีนี้หรือจนถึงปี 2573 มีการคาดการณ์ว่าประเทศไทยจะมีอัตราการเติบโตที่เพิ่มขึ้นเป็น 4.8% ต่อปี ซึ่งแสดงให้เห็นว่าตลาดประกันในประเทศไทยเป็นหนึ่งในตลาดที่โตมากที่สุดตลาดหนึ่งในภูมิภาค โดยเบี้ยประกันต่อหัวอยู่ที่ 326 ยูโร (หรือประมาณ 11,410 บาท) ในปี 2562 (ตัวเลขเฉลี่ยของภูมิภาค 255 ยูโร หรือประมาณ 8,925 บาท) และมีอัตราการเข้าถึงประกัน (สัดส่วนของเบี้ยประกันต่อจีดีพี) อยู่ที่ 4.5%

 

อัตราแลกเปลี่ยน ณ วันที่ 26 มิถุนายน 2563 : 1 ยูโร = 35 บาท

]]>
ไทยสมุทร เปิดตัวแคมเปญ “ปล้น” ช่วยคนไทยจากมะเร็งและโรคสมอง     https://www.trjournalnews.com/20162 Thu, 02 Jul 2020 06:29:58 +0000 http://www.trjournalnews.com/?p=20162 บมจ.ไทยสมุทรประกันชีวิต รักคือพลังของชีวิต โดยคุณนุสรา […]]]>

บมจ.ไทยสมุทรประกันชีวิต รักคือพลังของชีวิต โดยคุณนุสรา (อัสสกุล) บัญญัติปิยพจน์ กรรมการผู้จัดการ เผยพร้อมเดินหน้าดูแลสุขภาพลูกค้าแบบครบวงจร ภายใต้แนวคิด “OCEAN LIFE Love Your Health รักเริ่มต้นที่สุขภาพคุณ” ส่งความปรารถนาดี สร้าง Mindset ใหม่ให้ทุกคนหันมารักตนเอง ถึงแม้วิกฤตโรคระบาดในปัจจุบันจะคร่าชีวิตคนทั่วโลกไปแล้วกว่า 5 แสนคน แต่ยังมีความจริงที่น่ากลัวยิ่งกว่า และหลายคนอาจมองข้าม นั่นคือโรคร้ายอย่างมะเร็ง และโรคสมอง มีสถิติคร่าชีวิตคนไทยและทั่วโลกสูงมากจนโรคระบาดล่าสุดยังเทียบไม่ได้ จากสถิติขององค์การอนามัยโลก WHO พบว่าทั่วโลกมีผู้เสียชีวิตจากมะเร็งประมาณ 9.6 ล้านคน เป็นสาเหตุของการเสียชีวิตอันดับสองของโลก* ซึ่งความน่ากลัวของมะเร็งนอกจากความยากในการรักษา ก็คือค่าใช้จ่ายในการรักษาที่ต้องใช้เงินจำนวนมาก ซึ่งสร้างผลกระทบทางด้านการเงินให้กับผู้ป่วย และอาจเดือดร้อนถึงครอบครัวได้

ด้วยเหตุนี้เอง OCEAN LIFE ไทยสมุทรประกันชีวิต จึงได้ชวน “มาริโอ้ เมาเร่อ” Brand Ambassador และ “โอชิ” Brand Mascot มาเตือนคนไทยให้เตรียมพร้อมรับมือกับโรคร้ายอย่างมะเร็ง และโรคสมอง ในแคมเปญโฆษณาชุด “ปล้น” ภายใต้แนวคิด “เป็นมะเร็ง(หรือโรคสมอง)ก็เหมือนโดนปล้น” โดยมีคาแรคเตอร์ใหม่ คือนายมะเร็ง และนายโรคสมอง ที่เป็นโจรเข้ามาปล้นบ้านโดยเจ้าของบ้านไม่รู้ตัว ไม่ว่าอายุน้อยอายุมากก็มีโอกาสโดนปล้น และเมื่อเป็นแล้ว ค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลจำนวนมหาศาลที่ต้องเสียไป ซึ่งอาจทำให้หมดตัวหมดเงินที่เก็บออมมาทั้งชีวิต และอาจลุกลามสร้างผลกระทบและความเดือดร้อนไปถึงครอบครัว เหมือนถูกปล้นจากมะเร็งและโรคสมอง

ดังนั้น ถ้าไม่อยากโดนมะเร็งและโรคสมองปล้น OCEAN LIFE ไทยสมุทรประกันชีวิต แนะนำแบบประกัน ซีไอ ซูเปอร์ โพรเทค (CI SUPER PROTECT) ที่เน้นความคุ้มครองโรคร้ายที่คนทำงานกลัว คือ มะเร็ง และโรคสมอง ช่วยดูแลคุณให้มั่นใจได้ว่าโรคร้ายจะไม่ทำให้การใช้ชีวิต หรือการทำงานของคุณสะดุด ที่สำคัญจะช่วยปกป้องคุณไม่ให้ถูกโรคร้ายปล้นจนหมดตัว ให้ความคุ้มครองเมื่อตรวจพบว่าเป็นโรคร้ายรับ 100 %  ของทุนประกันเท่ากันทุกโรค** หรือกรณีเสียชีวิต รับ 100% ของทุนประกัน เบี้ยประกันภัยไม่สูญเปล่า กรณีไม่เป็นโรคและอยู่จนครบสัญญารับ 100% ของทุนประกัน  จ่ายเบี้ยประกันภัยคงที่ 10 ปี ไม่ปรับเพิ่มตามอายุ รับความคุ้มครองจนถึงอายุ 90 ปี หากเริ่มทำตอนอายุน้อยจะยิ่งคุ้มค่าด้วยส่วนต่างเบี้ยประกันภัยสูงสุดถึง 59%*** ให้ความคุ้มครองอุบัติเหตุสูงสุด 300% ตลอดอายุสัญญา**** เบี้ยประกันใช้ลดหย่อนภาษีได้เต็มจำนวน รับฟรี บริการ Best Doctors พร้อมแลกรับสิทธิประโยชน์ต่างๆ ผ่าน OCEAN CLUB APP สะสม OCHI COIN ได้ง่าย ๆ ยิ่งสุขภาพดียิ่งได้แต้มผ่านการเดิน นอน วิ่ง ขี่จักรยาน

พิเศษสุด!! สำหรับลูกค้า 20 ท่านแรก ที่ชำระเบี้ยประกันภัย 100,000 บาท ขึ้นไป รับฟรี นาฬิกา Garmin Instinct มูลค่า 11,500 บาท นอกจากนี้ ลูกค้าที่ซื้อกรมธรรม์และมีเบี้ยประกันภัย 30,000 บาทขึ้นไป จะได้สิทธิ์เข้าร่วมโปรแกรมสุขภาพดีมีรางวัล Healthy Reward ให้คนสุขภาพดีส่งผลตรวจสุขภาพ รับ Cashback Voucher สูงสุด 50,000 บาท ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติม คลิก!! https://bit.ly/3gnCyZl หรือสอบถามข้อมูลได้ที่โทร 0 2207 8888 หรือติดต่อตัวแทนไทยสมุทรประกันชีวิต และสาขาทั่วประเทศ พร้อมติดตามรับชมสื่อโฆษณา แคมเปญ “ปล้น” ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ทางสถานีโทรทัศน์ วิทยุ สื่อออนไลน์ และ Out of Home Media หรือติดตามกิจกรรมต่าง ๆ ได้ทาง facebook fanpage : OCEAN LIFE ไทยสมุทรประกันชีวิต และ Line : @oceanlife

]]>
เจนเนอราลี่ เปิดตัว “เจนเนอราลี่ แคร์ เซ็นเตอร์ 1394” ยกระดับการดูแล https://www.trjournalnews.com/20148 Thu, 02 Jul 2020 04:20:03 +0000 http://www.trjournalnews.com/?p=20148 เจนเนอราลี่ เปิดตัว “เจนเนอราลี่ แคร์ เซ็นเตอร์ 1 […]]]>

เจนเนอราลี่ เปิดตัว “เจนเนอราลี่ แคร์ เซ็นเตอร์ 1394” พร้อมดูแลลูกค้าใกล้ชิดยิ่งขึ้น ด้วยบริการหลังการขายที่ทำให้การติดต่อเจนเนอราลี่เป็นเรื่องง่าย เพียงกดหมายเลข 1394 ทุกบริการ สะดวกสบายในหมายเลขเดียว พร้อมเปิดให้บริการแล้วตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม นี้

นายบัณฑิต เจียมอนุกูลกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัทเจนเนอราลี่ ไทยแลนด์ กล่าวว่า เจนเนอราลี่ ไทยแลนด์ ยังคงสานต่อพันธกิจ Life-time partner ตอกย้ำความเติบโตที่แข็งแรงและยั่งยืน ด้วยการมอบประสบการณ์บริการให้ลูกค้าพึงพอใจกับบริการใหม่ “เจนเนอราลี่แคร์ เซ็นเตอร์ 1394” พร้อมให้บริการลูกค้าเจนเนอราลี่ให้ดียิ่งขึ้น สะดวก รวดเร็ว จดจำง่าย ครบจบในเลขหมายเดียวด้วยระบบการจัดการข้อมูลลูกค้า SINGLE-VIEW OF CUSTOMER บนระบบ CRM ใหม่ สามารถเข้าถึงข้อมูลลูกค้าเพื่อให้ข้อมูลที่ครบถ้วน แม่นยำ ไม่ว่าจะเป็น ข้อมูลกรมธรรม์ ประวัติการชำระเบี้ย การเคลม และสิทธิประโยชน์ต่างๆ จึงเป็นบริการที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่    ที่ต้องการความสะดวก รวดเร็ว พร้อมเปิดให้บริการแล้ววันที่ 1 กรกฎาคมนี้

“จากช่องทางการขายที่เพิ่มมากขึ้นทำให้ จำนวนลูกค้าเจนเนอราลี่เพิ่มมากขึ้นในแต่ละปี ส่งผลให้ปริมาณสายที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์เจนเนอราลี่ให้บริการลูกค้ามีจำนวนเพิ่มมากขึ้น ซึ่งปริมาณสายตั้งแต่มกราคม 2563 เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 13% ในแต่ละเดือน และจาก แนวทางการบริหารประสบการณ์ลูกค้าในปีนี้ เราได้ปรับศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ให้พร้อมรับบริการมากขึ้น ทั้งการเพิ่มเจ้าหน้าที่รับสายโทรศัพท์ และปรับปรุงระบบโทรศัพท์อัตโนมัติให้สามารถรองรับคู่สายได้มากยิ่งขึ้น เราพร้อมดูแลลูกค้าด้วยความใส่ใจ รับฟังเสียงด้วยความเข้าใจ และให้บริการด้วยความรวดเร็วทันใจ ขณะเดียวกันเพื่อมอบการให้บริการลูกค้าเจนเนอราลี่อย่างไร้รอยต่อ ลูกค้ายังสามารถเลือกรับบริการด้านกรมธรรม์และสิทธิประโยชน์ต่างๆ กับ ตัวแทนเจนเนอราลี่ (Live Agent)  หรือผ่านช่องทางที่ลูกค้าสะดวกในทุกแพลตฟอร์ม ไม่ว่าจะเป็นทางการโทรผ่าน Generali Care Center 1394 หรือช่องทางดิจิทัลต่างๆ อาทิ  แอปพลิเคชัน Generali 365  แชทบอท (Chatbot) ที่ให้บริการแบบ Real Time ตลอด 24 ชั่วโมง ทางช่องทาง Line: GeneraliThailand และ Facebook: Generali Thailand ได้ด้วยเช่นกัน” นายบัณฑิตกล่าว

สำหรับ “เจนเนอราลี่ แคร์ เซ็นเตอร์ 1394” พร้อมเปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ 1 กรกฏาคมนี้ เป็นต้นไป โดยเวลาทำการ วันจันทร์-ศุกร์ เวลา 08.30 – 20.00 น. และวันเสาร์ เวลา 08.30-17.00 น.

]]>
 “เมืองไทยประกันภัย” ต่อยอดแคมเปญ เชื่อแป้ง 2 ออกประกันรถยนต์ 2+ 3+ CARE  และ TA ปันสุข https://www.trjournalnews.com/20136 Thu, 02 Jul 2020 04:07:04 +0000 http://www.trjournalnews.com/?p=20136 เที่ยวไทยกันเถอะ! “เมืองไทยประกันภัย” ต่อยอดแคมเปญ เชื่ […]]]>

เที่ยวไทยกันเถอะ! “เมืองไทยประกันภัย” ต่อยอดแคมเปญ เชื่อแป้ง 2 ออกประกันรถยนต์ 2+ 3+ CARE และ TA ปันสุข ประกันเดินทางที่มาพร้อมค่ารักษาพยาบาลจากโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19

นวลพรรณ ล่ำซำ กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน)หรือ MTI กล่าวว่า หลังจากที่ทุกคนต้องอยู่บ้าน เพื่อช่วยป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในวันนี้ที่ประตูแห่งการท่องเที่ยวในประเทศไทยได้ถูกเปิดขึ้นอีกครั้ง แป้งคิดว่าคงมีหลายคนที่วางแผนขับรถพาครอบครัว รวมถึงยกแก๊งเพื่อนไปเที่ยวจังหวัดต่างๆ เมืองไทยประกันภัยจึงออกแบบประกันตัวใหม่ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้ทุกคนได้เดินทางท่องเที่ยวด้วยความมั่นใจ 

ขณะเดียวกัน เพื่อรองรับมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศหลังจากเหตุการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 “เมืองไทยประกันภัย” จึงได้ออกผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุด เพื่อให้คุณอุ่นใจในการใช้รถ และเดินทางท่องเที่ยวในประเทศไทย

สำหรับ ประกันรถยนต์ 2+ 3+ CARE เป็นประกันภัยที่เข้าใจคนใช้รถมากกว่าใคร มาพร้อมบริการอัดแน่น ตั้งแต่รถใช้ระหว่างรอซ่อม บริการช่วยเหลือรถเสียฉุกเฉิน เงินชดเชยปลอบขวัญกรณีรถชน (สูงสุด 3 ครั้ง/ปี) ความคุ้มครองเมื่อถูกขโมยทรัพย์สินภายในรถยนต์ (สูงสุด 10,000 บาท/ปี) และแถมยังคุ้มครองอายุรถถึง 20 ปี

ประกันเดินทาง TA ปันสุข (ภายในประเทศ) มีให้เลือก 2 แบบ คือ แผนการเดินทางรายเดี่ยว และแผนการเดินทางแบบกลุ่ม มาพร้อมเบี้ยสุดคุ้ม จ่ายหลักสิบ รับความคุ้มครองหลักแสน! รับเงินชดเชยเมื่อถูกยกเลิกการเดินทางสูงสุด 15,000 บาท ค่ารักษาพยาบาลจากอุบัติเหตุ พิเศษ! ค่ารักษาพยาบาลจากโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 (ตั้งแต่วันนี้จนถึงสิ้นปี 2563) เพื่อให้คุณเที่ยวสนุกแบบไม่มีอะไรขวางกั้น

]]>
TIP เปิดโครงการ “Unlock Thailand: Tele Doctor against COVID-19 ” ผ่านแอป Doctor Anywhere ฟรี 100,000 ราย https://www.trjournalnews.com/20113 Wed, 01 Jul 2020 10:01:26 +0000 http://www.trjournalnews.com/?p=20113 ในยุคที่คนไทยต้องอยู่กับความวิตกกังวลกับไวรัสโควิด-19  […]]]>

ในยุคที่คนไทยต้องอยู่กับความวิตกกังวลกับไวรัสโควิด-19  ทิพยประกันภัย ผู้นำทางด้านดิจิทัลอินชัวรันส์ห่วงใยลูกค้า จึงแถลงข่าวเปิดตัวโครงการ “Unlock Thailand: Tele Doctor against COVID-19” นำนวัตกรรมพบแพทย์ออนไลน์ ผ่านแอปพลิเคชัน Doctor Anywhere  ให้ลูกค้าสามารถปรึกษาแพทย์ ตรวจสอบการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ฟรี จำนวน 100,000 ราย สะดวกรวดเร็ว ลดค่าใช้จ่ายโดยไม่ต้องเดินทางไปที่โรงพยาบาล และลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ  ตอบโจทย์รูปแบบการดำเนินชีวิตแบบ New Normal สำหรับลูกค้าทิพยประกันภัย (ประกันภัยทุกประเภท) สามารถลงทะเบียนรับสิทธิ์ขอใช้บริการ ผ่านทาง http://register.tipinsure.com/RegisterCovid19/doctor_anywhere และ Line Official Account : Dhipaya Insurance  ตั้งแต่วันที่ 1 กค.-30 กย.63

ดร.สมพร สืบถวิลกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า จากภาวะการ แพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้ประชาชนที่จะต้องออกมาทำงานหรือภาระกิจภายนอกหรือแม้กระทั่งคนที่อยู่ในบ้านเองบางครั้งเมื่อมีการเจ็บป่วยก็จะเกิดความวิตกกังวลว่าจะติดเชื้อไวรัสโควิด-19  หากจะไปตรวจหาเชื้อจากสถานพยาบาล ก็อาจจะมีค่าใช้จ่ายสูง ซึ่ง ทิพยประกันภัย ผู้นำทางด้านดิจิทัลอินชัวรันส์ ได้เห็นถึงความสำคัญนี้ จึงได้เปิดตัวโครงการ “Unlock Thailand: Tele Doctor against COVID-19” ภายใต้แนวคิด Trust & Simple จับมือกับ Doctor Anywhere นำนวัตกรรมการขอคำปรึกษาหรือรับการรักษาจากแพทย์ออนไลน์ ผ่านแอปพลิเคชัน Doctor Anywhere  โดยไม่ต้องเดินทางไปที่โรงพยาบาล ใช้เทคโนโลยี “เทเลเมดิซีน” มาให้เป็นสิทธิพิเศษแทนความห่วงใยสำหรับลูกค้าของบริษัทฯฟรี โดยไม่เสียค่าใช่จ่ายในการขอคำปรึกษาหรือรับการรักษาจากแพทย์ จำนวน 100,000 ราย  ซึ่งลูกค้าของทิพยประกันภัยสามารถเข้าไปลงทะเบียนรับสิทธิ์นี้ได้

แอปพลิเคชัน Doctor Anywhere คือ แอปพลิเคชันในการให้คำปรึกษาหรือพบแพทย์ออนไลน์โดยจะมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำปรึกษา สามารถใช้งานได้ทั้งระบบ IOS และ Android ซึ่งแพทย์จะสามารถวินิจฉัยอาการในเบื้องต้น ตลอดจนแนะนำวิธีการรักษา หากต้องมีการรับยาก็สามารถเลือกได้ว่าต้องการหรือไม่  หากผู้รับบริการต้องการรับยาก็ยังส่งมอบให้ถึงบ้านภายใน 3 ชั่วโมง (สำหรับผู้ใช้งานบริการในเขตกรุงเทพ) อีกด้วย

การนำแอปพลิเคชัน Doctor Anywhere มาใช้ในการให้บริการลูกค้านั้นนอกจากจะเป็นการมอบสิทธิพิเศษแทนความห่วงใยลูกค้าแล้วเป็นการนำเทคโนโลยีมาใช้ในยุคที่ทุกคนต้องปรับตัวสู่วิถี New Normal  แล้วยังช่วยลดความเสี่ยงและโอกาสในการติดเชื้อ ลดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง  นอกจากนี้ยังช่วยลดภาระในการปฏิบัติงานของบุคลากรทางการแพทย์ซึ่งหากผู้รับบริการตรวจสอบพบการติดเชื้อได้เร็ว ก็จะสามารถรับการรักษาได้ทันท่วงที ลดการแพร่ระบาดไปสู่สังคมวงกว้างอีกด้วย ดร.สมพร กล่าว

คุณลิม ไว มัน CEO ของ Doctor Anywhere กล่าวว่า แอปพลิเคชัน Doctor Anywhere ถูกออกแบบมาเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้รับบริการ และมีการรองรับความปลอดภัยของข้อมูลระดับสูง ภายใต้การรักษาความปลอดภัยทางสารสนเทศตามแนวทาง Cyber Security เราเชื่อในการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อเปลี่ยนวิธีการเข้าถึงการดูแลสุขภาพของผู้ประชาชน และผสมผสานประสบการณ์ในการดูแลสุขภาพทางออนไลน์และออฟไลน์ได้อย่างราบรื่น เรายินดีเป็นอย่างยิ่งที่ ทิพยประกันภัย ได้เล็งเห็นและความสำคัญของ Telemedicine และให้เราเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการยกระดับคุณภาพชีวิตของลูกค้าทิพยฯ แอปพลิเคชันของเราสามารถใช้งานได้อย่างง่ายดาย ไม่ซับซ้อน แถมยังช่วยบันทึกข้อมูลการรักษาระหว่างคนไข้กับแพทย์ผู้ให้บริการไว้ในระบบ ทำให้เมื่อมีการขอเข้ารับการรักษาในครั้งถัดไป แพทย์จะสามารถย้อนดูข้อมูลการรักษาต่างๆได้อีกด้วย

]]>
คปภ. ประกาศ เปิดช่องทางขายผ่าน ‘Digital Face to Face’ เป็นการถาวร https://www.trjournalnews.com/20094 Wed, 01 Jul 2020 04:58:12 +0000 http://www.trjournalnews.com/?p=20094 บอร์ด คปภ. ผ่านฉลุย…! ประกาศหลักเกณฑ์การกำกับบริษ […]]]>

บอร์ด คปภ. ผ่านฉลุย…! ประกาศหลักเกณฑ์การกำกับบริษัทและคนกลางประกันภัยฉบับใหม่ เปิดช่อง นำ Digital Face to Face มาใช้เป็นการถาวร พร้อมปรับกระบวนการขาย ตั้งแต่ต้นน้ำ – ปลายน้ำ โดยคำนึงถึงสิทธิประโยชน์ของประชาชนและผู้เอาประกันภัยเป็นสำคัญ

ดร. สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (บอร์ด คปภ.) ครั้งที่ 7/2563 เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2563 มีมติเห็นชอบร่างประกาศ คปภ. เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการออก และเสนอขายกรมธรรม์ประกันภัยของบริษัทประกันชีวิต/ประกันวินาศภัย และการดำเนินการของตัวแทนประกันชีวิต/ประกันวินาศภัย นายหน้าประกันชีวิต/ประกันวินาศภัย และธนาคาร พ.ศ. …. ตามที่สำนักงาน คปภ. เสนอ เพื่อให้มีการปรับปรุงประกาศฯ ฉบับปัจจุบัน ให้เป็นไปตามบทบัญญัติในพระราชบัญญัติประกันชีวิต/วินาศภัย (แก้ไขเพิ่มเติม ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2562 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการกำกับดูแล ลดปัญหา อุปสรรค และภาระของบริษัทประกันภัย ตัวแทนและนายหน้าประกันชีวิต/วินาศภัย

เลขาธิการ คปภ. กล่าวว่า การปรับปรุงตามร่างประกาศฯ ฉบับดังกล่าว นอกจากจะมีวัตถุประสงค์เพื่อให้การกำกับดูแลสอดคล้องกับกฎหมายแม่บทประกันภัยที่มีการแก้ไขแล้ว ยังมีเจตนารมณ์เพื่อให้ประชาชนและผู้เอาประกันภัยได้รับบริการที่ดี มีคุณภาพ จากบริษัทประกันภัยและคนกลางประกันภัย ได้แก่ ตัวแทนประกันชีวิต นายหน้าประกันชีวิต ตัวแทนประกันวินาศภัย นายหน้าประกันวินาศภัย และธนาคาร โดยมีการให้บริการด้วยความเป็นธรรมทั้งกระบวนการ ตั้งแต่การพัฒนาและออกกรมธรรม์ประกันภัย การคัดเลือกผู้เสนอขายและช่องทางการจำหน่าย การกำหนดมาตรฐาน กระบวนการเสนอขายและการให้ข้อมูลประกอบการพิจารณาเลือกซื้อกรมธรรม์ประกันภัย การให้บริการหลังการขาย การบริหารจัดการข้อร้องเรียนและการชดใช้ค่าสินไหมทดแทน ตลอดจนบริษัทซึ่งเป็นผู้ออกกรมธรรม์ประกันภัย ต้องมีระบบงานที่มีประสิทธิภาพในการควบคุมคุณภาพการขายกรมธรรม์ประกันภัยในทุกช่องทางการขาย โดยรวมถึงการบริหารจัดการการดูแล ควบคุม ติดตาม ตรวจสอบและประเมินผลพฤติกรรมในการขายทุกช่องทาง เพื่อให้แน่ใจได้ว่ากรมธรรม์ประกันภัยของบริษัท และกระบวนการขายของผู้เสนอขายในทุกช่องทางได้คำนึงถึงสิทธิประโยชน์ของประชาชนและผู้เอาประกันภัยเป็นสำคัญ โดยประกาศฯ ฉบับนี้จะมีผลบังคับใช้เมื่อพ้น 60 วันนับแต่วันประกาศเป็นต้นไป เพื่อให้บริษัทและผู้เสนอขายมีระยะเวลาเตรียมความพร้อมในการปฏิบัติตามที่ร่างประกาศฯ กำหนด ซึ่งประเด็นการแก้ไขที่สำคัญ มีดังนี้

1. เพิ่มอำนาจในการกำกับดูแลตัวแทนและนายหน้าประกันชีวิต/วินาศภัยหรือผู้เสนอขายโดยตรง จากเดิมที่สำนักงาน คปภ. กำกับดูแลการเสนอขายกรมธรรม์ประกันภัยของตัวแทนและนายหน้าประกันชีวิต/วินาศภัยผ่านทางบริษัท รวมถึงเพิ่มการสั่งพักใช้ใบอนุญาตตัวแทนหรือนายหน้าประกันชีวิต/วินาศภัย กรณีตัวแทนหรือนายหน้าประกันชีวิต/วินาศภัย ฝ่าฝืนข้อกำหนดตามประกาศ ซึ่งทำให้สำนักงาน คปภ. กำกับดูแลตัวแทนและนายหน้าประกันชีวิต/วินาศภัยหรือผู้เสนอขายได้เหมาะสมมากยิ่งขึ้น

2. เพิ่มหลักเกณฑ์เรื่อง Digital Face to Face ที่ผู้เสนอขายสามารถเสนอขายโดยใช้เสียง หรือเสียงและภาพ โดยให้ถือเสมือนเป็นการพบลูกค้า ในระหว่างสถานการณ์จำเป็น และได้รับความยินยอมจากลูกค้า โดยนำหลักเกณฑ์ในประกาศ คปภ. เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการออก การเสนอขายกรมธรรม์ประกันภัยของบริษัทประกันชีวิต/ประกันวินาศภัย และการปฏิบัติหน้าที่ของตัวแทนประกันชีวิต/ประกันวินาศภัย นายหน้าประกันชีวิต/ประกันวินาศภัย และธนาคาร ในระหว่างสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) พ.ศ. 2563 กรณีการเสนอขายกรมธรรม์ประกันภัยเฉพาะกิจ ผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือ Digital Face to Face มาใช้เป็นการถาวร ขณะที่ยกเลิกประกาศฯ เฉพาะกิจดังกล่าว เพื่อใช้ประกาศฉบับใหม่แทน โดยหลักเกณฑ์ในส่วนนี้จะมีผลบังคับใช้ทันที

3. เพิ่มความคล่องตัวในการเข้าถึงผลิตภัณฑ์ประกันภัยของลูกค้าธนาคาร โดยให้ธนาคารสามารถให้บริการนอกสำนักงานหรือสาขาได้ แต่จะต้องได้รับความยินยอมก่อน เพื่อมิให้เป็นการรบกวนลูกค้า

4. เพิ่มหลักเกณฑ์ให้ผู้เสนอขายต้องมีระบบหรือกระบวนงานเพื่อรองรับการเสนอขายกรมธรรม์ประกันภัยผ่านทางโทรศัพท์ เช่น ระบบหรือกระบวนงานการจัดเก็บการสนทนา ระบบหรือกระบวนงานการได้มา การเก็บรักษา และการปกป้องข้อมูลลูกค้าอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ระบบหรือกระบวนงานการตรวจสอบคุณภาพการขาย เป็นต้น ซึ่งจะทำให้ประชาชนและผู้เอาประกันภัยได้รับบริการที่ดีจากผู้เสนอขาย

“หลักเกณฑ์ตามประกาศฉบับใหม่ จะทำให้มีการกำกับดูแลคนกลางประกันภัยได้โดยตรง และเกิดประสิทธิภาพยิ่งขึ้น นอกจากนี้จะช่วยให้เกิดความคล่องตัวของช่องทางการขายในการให้บริการประชาชน โดยเฉพาะการเสนอขายผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือ Digital Face to Face ซึ่งมีการอนุญาตให้ใช้เป็นการเฉพาะกิจในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโควิด-19 และได้รับการตอบรับอย่างดีจากทั้งภาคธุรกิจประกันภัยและประชาชนผู้ใช้บริการ จึงได้กำหนดหลักเกณฑ์การเสนอขายผ่านทางอิเล็กทรอนิกส์ แบบ Digital Face to Face ไว้ในประกาศฉบับใหม่เป็นการถาวร สำหรับขั้นตอนต่อไป สำนักงาน คปภ. จะได้เสนอให้ นายประสงค์ พูนธเนศ ปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานบอร์ด คปภ. ลงนามในประกาศฉบับนี้เพื่อให้มีผลบังคับต่อไป” เลขาธิการ คปภ. กล่าวในตอนท้าย

]]>
ไทยประกันชีวิต พัฒนาแบบประกัน Life Solutions Product ส่ง “คุ้มธนกิจ 99/20(1n)” และ “คุ้มธนกิจ 99(Nn)” กองทุนระยะยาวเพื่อความมั่นคง https://www.trjournalnews.com/20066 Tue, 30 Jun 2020 08:39:14 +0000 http://www.trjournalnews.com/?p=20066 ไทยประกันชีวิตรุดพัฒนาแบบประกัน Life Solutions Product […]]]>

ไทยประกันชีวิตรุดพัฒนาแบบประกัน Life Solutions Product ส่ง คุ้มธนกิจ 99/20(1n) และ คุ้มธนกิจ 99(Nn) ชี้ช่วยสร้างความแน่นอนทางการเงิน ตอบโจทย์ลูกค้าที่ต้องการสร้างความมั่นคงและมั่งคั่งทางการเงินในระยะยาว หรือเป็นกองทุนมรดกสำหรับครอบครัว

นายสวัสดิ์ นฤวรวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ และ Chief Life Operation Officer บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า จากภาวะความผันผวนทางเศรษฐกิจ อัตราดอกเบี้ยที่ปรับลดต่ำต่อเนื่อง ตลอดจนสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยที่สร้างความกังวลใจในความไม่แน่นอน และความไม่มั่นคงทางการเงินให้กับคนไทย โดยเฉพาะผู้ที่เป็นเสาหลักของครอบครัวหรือเจ้าของกิจการ

ไทยประกันชีวิตในฐานะบริษัทฯ ที่ดำเนินธุรกิจเพื่อตอบโจทย์การเป็นทุกคำตอบของการประกันชีวิต หรือ Life Solutions โดยมุ่งสร้างความมั่นคงทางการเงินให้กับทุกชีวิต ผ่านการสร้างนวัตกรรมด้านสินค้าที่หลากหลายเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าทุกกลุ่ม ภายใต้แนวคิด “การยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง” หรือ Customer Centric จึงพัฒนาแบบประกันใหม่ในกลุ่ม Life Solutions Product 2 แบบ คือ “คุ้มธนกิจ 99/20(1n) และ “คุ้มธนกิจ 99(Nn)” ซึ่งเป็นสินค้ากลุ่ม Legacy Fit เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการวางแผนสร้างหลักประกันชีวิตที่มั่นคงในระยะยาว เสมือนเป็นหลักประกันคุ้มครองรายได้ คุ้มครองธุรกิจ หรือคุ้มครองภาระหนี้สิน พร้อมส่งต่อความมั่งคั่งเป็นกองทุนมรดกให้กับครอบครัวในอนาคต

โดยแบบประกัน “คุ้มธนกิจ 99/20(1n) รับประกันจนถึงอายุ 70 ปี ให้ความคุ้มครองชีวิตถึงอายุ 99 ปี ระยะเวลาชำระเบี้ยประกันภัย 20 ปี ระหว่างสัญญารับเงินคืน 1% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย ตั้งแต่วันครบรอบปีกรมธรรม์ที่ 2 จนถึงปีที่อายุครบ 98 ปี ครบสัญญารับเงินคืน 100% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย และกรณีเสียชีวิตระหว่างสัญญา บริษัทฯ จ่าย 100% ของจำนวนเงินเอาประกันภัยให้แก่ผู้รับประโยชน์

ส่วนแบบประกัน “คุ้มธนกิจ 99(Nn)” เป็นแผนประกันชีวิตที่ดูแลครอบครัวในทุกช่วงของชีวิต  ให้ความคุ้มครองชีวิตถึงอายุ 99 ปี ซึ่งผู้เอาประกันสามารถปรับแผนการบริหารเงินตามความเหมาะสม โดยเลือกชำระเบี้ยประกันภัย 20 ปี หรือ ชำระเบี้ยประกันภัย จนถึงอายุ 99 ปี ครบสัญญารับเงินคืน 100% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย กรณีเสียชีวิตระหว่างสัญญา บริษัทฯ จ่าย 100% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย ให้แก่ผู้รับประโยชน์

ไม่เพียงเท่านั้น สำหรับผู้ที่ซื้อแบบประกันชีวิตดังกล่าวแบบใดแบบหนึ่ง ด้วยจำนวนเงินเอาประกันภัยตั้งแต่ 500,000 บาทขึ้นไป ยังได้รับส่วนลดเบี้ยประกันภัย อีกทั้งเบี้ยประกันภัยสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้สูงสุดถึง 1 แสนบาท ซึ่งถือเป็นการวางแผนการบริหารเงินระยะยาวที่มีความคุ้มค่า เมื่อเทียบกับผลประโยชน์ความคุ้มครองและเบี้ยฯ ที่ต้องชำระ

“เพื่อสร้างหลักประกันชีวิตที่มั่นคงให้กับตนเองและครอบครัว โดยเฉพาะคนที่เป็นผู้นำครอบครัวหรือเจ้าของกิจการ แบบประกัน “คุ้มธนกิจ 99/20(1n) และ “คุ้มธนกิจ 99(Nn)” ถือเป็นสินค้าที่ตอบโจทย์ความต้องการในทุกด้าน ทั้งความคุ้มครองชีวิต คุ้มครองรายได้ เป็นหลักประกันกรณีมีภาระหนี้สิน เป็นทุนสำรอง หากเกิดเหตุฉุกเฉิน รวมถึงการจัดสรรเป็นกองทุนการศึกษาหรือกองมรดกสำหรับลูกหลาน ซึ่งผู้สนใจสามารถสอบถามแบบประกันได้ที่ตัวแทนฯ ไทยประกันชีวิตทั่วประเทศ” นายสวัสดิ์กล่าว

นอกจากนี้ ผู้เอาประกันภัยของบริษัทฯ ยังได้รับการบริการที่มากกว่าการประกันชีวิต อาทิ ไทยประกันชีวิตฮอตไลน์ บริการช่วยเหลือฉุกเฉินทางการแพทย์และเคลื่อนย้ายผู้ป่วย ฟรี ตลอด 24 ชั่วโมง ทุกที่ ทั่วโลก ไทยประกันชีวิตแคร์เซ็นเตอร์ ศูนย์ดูแลสิทธิประโยชน์และบริการข้อมูลผู้เอาประกัน โทร.1124 ไทยประกันชีวิตอีซีเพย์ ช่องทางการชำระเบี้ยประกันมากกว่า 10 ช่องทาง รวมถึงสิทธิพิเศษ หรือกิจกรรมเหนือระดับสำหรับลูกค้าอีกมากมาย

]]>